บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

อย่าเพิ่งดีใจ แม้คลายล็อกเฟส 3

อย่าเพิ่งดีใจ แม้คลายล็อกเฟส 3

ในที่สุดเวลาแห่งการรอคอยของใครหลายๆ คนก็มาถึง โดยเฉพาะบรรดาผู้ประกอบการ ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า รวมไปถึงชาวบ้าน ประชาชน ที่อยากจะกลับมามีชีวิตปกติ ได้ไม่มากก็น้อย  เพราะในที่สุดท่านนายกฯลุงตู่ ก็ประกาศให้มีการผ่อนคลาย หรือปลดล็อกดาวน์เฟส 3 โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. นี้เป็นต้นไป 
                         

สำหรับเฟส 3 นี้ ได้เฮกันมากขึ้นกว่าเดิม จากที่เปิด หรือคลายล็อกแบบกั๊กๆ ก็เริ่มมีการเปิดกว้างให้หลายกิจกรรมมากขึ้น เพราะอย่างน้อยก็ทำให้บรรดาธุรกิจต่างๆ เริ่มกลับมาประกอบกิจการมากขึ้น หลังจากหยุดชะงักกันมาไม่น้อยกว่า 3 เดือน ซึ่งคราวนี้นอกจากขยายเวลาให้ห้างสรรพสินค้าเปิดได้เพิ่มขึ้น  ร้านเสริมสวย แต่งผม หรือตัดผมสำหรับบุรษ หรือ สตรี ให้บริการทำสีผมได้ 
                          

รอบนี้บรรดาฟิตเนสต่างๆ สปา สถานเสริมความงาม ก็สามารถให้บริการได้แล้ว โดยเฉพาะโรงภาพยนตร์ โรงหนัง ที่คราวนี้ได้กลับมาเปิดเสียที หลังจากเงียบเหงาซบเซากันมานาน เพียงแต่อาจจะยังจำกัดคน จำนวนคนเข้า และเวลาในการเข้าใช้บริการ 
                          

แต่อย่างไรก็ดี บางสถานที่ บางส่วนก็ยังไม่เปิดกว้าง  โดยเฉพาะสุขภาพ สปา และสถานประกอบการนวดแผนไทย แต่ยังงดอบตัว อบสมุนไพร อบไอน้ำแบบรวม และนวดใบหน้า เพราะแม้จะมีการผ่อนคลายแล้วแต่มีประเด็นต้องดำเนินการ เพราะกิจการ/กิจกรรมที่ผ่อนคลาย ถือว่ามีความเสี่ยงสูงในระดับปานกลาง-สูง โดยเฉพาะความเสี่ยงสูงจากการเดินทาง ที่รัฐบาลยังคงมาตรกาารควบคุมการเดินทางเข้าราชอาณาจักร ทั้งทางบก น้ำ อากาศ แต่ได้ปรับระยะเวลาการห้ามออกนอกเคหะสถาน (เคอร์ฟิว) เป็นเวลา 23.00–03.00 น.
                        

การคลายล็อกแค่นี้ ก็น่าจะสอดคล้องกับหลายๆ ประเทศที่ทยอยคลายล็อกด้วยเช่นกัน เพียงแต่บางกิจกรรมที่ยังต้องสั่งห้าม เพราะมีผลต่อการแพร่ระบาดรอบ 2 โดยเฉพาะการเปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ ทั้งหลาย ที่เราเห็นได้ชัดเจนแล้วจาก "อิแทวอน คลัสเตอร์" -ของเกาหลีใต้ที่พอเปิดปุ๊ป ก็กลับมาระบาดปั๊ป เช่นเดียวกับสนามมวย ที่สร้างความสะพรึงในช่วงก่อนหน้านี้
 
 
การอนุมัติคลายล็อกเฟสนี้ รัฐบาล ใช้เวลาคิดนาน และคิดเยอะ แม้จะมีหลายเสียง หลายฝ่าย กดดันเพื่อให้รัฐบาลรีบคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวกลับมาเร็ว เพราะการจะเร่งรีบจนเกินไปนั้น ไม่ได้ส่งผลดีตอภาพรวม แม้ภาคธุรกิจจะได้เริ่มขยับตัวได้ แต่ก็ต้องไม่ลืมการแพร่ระบาดระลอก 2 ที่อาจจะกลับมาได้ทุกเมื่อ ห่วงเศรษฐกิจไม่ว่า แต่ก็ต้องห่วงว่าหากการระบาดกลับมาอีกรอบแล้วต้องกลับไปล็อกดาวน์ หรือเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ อาจจะแย่ยิ่งกว่าเดิม 
                          

ดังนั้นก็อย่าเพิ่งดีใจ ใช้ชีวิตกันแบบไม่ประมาท เพราะในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาเราก็อยู่กันได้ แถมยังระมัดระวังกันได้ดี อีกทั้งยังสมัครใจกัน WFH อยู่บ้านกันจนการระบาดใหม่ลดลง จนเริ่มคลายล็อก  แล้วอยู่จะมาเริ่มประมาท เริ่มการ์ดตก พอรัฐบาลเริ่มคลายล็อกก็คงไม่ใช่ โควิดยังน่าจะอยู่กับโลกนี้ไปอีกนาน นานจนกว่าจะมีวัคซีนอออกมาป้องกัน 
                           

เพราะฉะนั้นที่บอกว่าครึ่งปีหลังอะไรๆ น่าจะเริ่มคลี่คลาย เศรษฐกิจน่าจะเริ่มผงกหัว แต่ไม่ใช่ว่าจะผงกหัวแบบโผล่พ้นน้ำนะจ๊ะ เอาแค่พอปริ่มน้ำๆ ก็ถือว่าบุญแล้ว เพราะคาดการณ์กันมาแล้วว่า ไตรมาส2 นี้ เผลอๆจีดีพีจะติดลบ 2 หลักด้วยซ้ำไป 
                           

แย่ขนาดไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าขนาดผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจประเทศ อย่างกระทรวงการคลังยังบอกว่าจะงดแถลงตัวเลขประมาณการ เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 และ 2 เป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 จะเข้าสู่ภาวะปกติ  ซึ่งก็ไม่รู้ว่ากลัวคนไทยจะรับไม่ได้ หรือตัวเลขมันแย่เสียจน บอกออกไปจะแพนิคหรือเปล่า ทั้งที่จะว่าไปแล้วใครๆ เขาก็รู้แล้วละมั่งคะ ว่าตัวเลขไม่ดี ไม่สวย แต่มองในแง่ดี ตัวเลขจีดีพีคงไม่ดีจนยากจะประมาณการ 


แหม...หรือเราจะเดินตามรอยประเทศจีน เพราะทางฝั่งพญามังกร ก็บอกว่าปีนี้จะไม่มีการประมาณการจีดีพีเหมือนกัน เพราะเศรษฐกิจมันแย่จากโควิด จนมึนไปหมด  







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh