สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

บทบรรณาธิการ

| 1 มิถุนายน 2561

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

หุ้นไทยครึ่งปีหลัง ขึ้นหรือลง ....

หุ้นไทยครึ่งปีหลัง ขึ้นหรือลง ....

                  เผลอแป๊ปเดียว ปี 2561 ผ่านพ้นไป 5 เดือน และกำลังก้าวเข้าเดือนที่ 6 แล้ว ช่างไวเหลือเกินสำหรับปีนี้ รู้สึกว่าโลกช่างหมุนเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ในขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจ การเมือง ทั่วโลกนั้น ผ่านไป 5 เดือนก็ผันผวน ปั่นป่วนมากเหลือเกิน เรียกว่ามีประเด็นร้อนให้ติดตามกันแทบทุกเดือน ทั้งเรื่องปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ สงครามกลางเมืองในซีเรีย ที่มียักษ์ใหญ่ทั้งสหรัฐฯ และ รัสเซีย ร่วมวงไพบูลย์ด้วยซึ่งแม้ขณะนี้จะไม่ได้ลุกลามขยายวงกว้างออกไป แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะปะทุขึ้นมาป่วนเศรษฐกิจ การเมืองโลกอีกเมื่อไหร่

                       ขณะที่เรื่องเศรษฐกิจที่กลายประเด็น จนทำให้ตลาดเงิน ตลาดทุนทั่วโลก แพนิกอยู่พักหนึ่ง ก็คือประเด็นที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศตั้งกำแพงภาษีนำเข้าจีน จนทำให้เกิดความกังวลในเรื่องสงครามการค้า ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงไม่เป็นท่า รวมทั้งตลาดหุ้นบ้านเราด้วย และตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ก็ยังดูเหมือนจะทรงๆ พอดีขึ้นมาหน่อย ก็ร่วงลงไปอีก จะบอกว่าหลังจาก SET Index ขึ้นไปพีคสุดๆ กว่า 1,800 จุด เมื่อตอนต้นปี เราก็ยังไม่เห็นระดับนั้นอีกเลย จะบอกว่าขึ้นไปยืนที่ 1,750 จุดได้ ก็นับว่าเก่งแล้ว 
                         เท่านั้นยังไม่พอ ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ตลาดหุ้นบ้านเราก็ถูกกระหน่ำซ้ำเติม จากประเด็นข่าว ปตท. รวมทั้งการถล่มขายทิ้งหุ้นบิ๊กแคปตัวนี้ของนักลงทุนต่างชาติจนกดดัชนีวูบ แถมล่าสุดข่าวการเมืองอิตาลี และสถานะหนี้สินของดินแดนมะกะโรนีแห่งนี้ ก็ทำให้เกิดความกังวลต่อสถานะของยูโรโซนขึ้นมาอีกรอบ แม้สถานการณ์ตอนนี้จะเริ่มคลี่คลายแล้ว ทำให้หุ้นบ้านเรากระเตื้องขึ้นมาได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ยืนยันว่าระยะสั้น SET Index จะหยุดแกว่งตัวในช่วงขาลง เพราะตลาดยังมีความเสี่ยงประเด็นธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด อาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13 มิ.ย.นี้  
                        ซึ่งประเด็นนี้ บล.ทิสโก้ ฟันธงว่าหากประกาศขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด จะกระตุ้นให้นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นประเทศตลาดเกิดใหม่ซึ่งนั่นรวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วยแน่นอน หลังจากช่วง 5 เดือนแรกของปี 2561 ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยไปแล้วกว่า 1.1 แสนล้านบาท เป็นการขายมากที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับในอดีต ซึ่งการเทขายอย่างต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติในครั้งนี้ ทิสโก้บอกว่าสะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น หลังการเติบโตของตลาดเกิดใหม่เริ่มมีอุปสรรคจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้นท่ามกลางการขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ขณะที่สภาพคล่องโลกมีแนวโน้มลดลงจากการลดขนาดงบดุลของ Fed และการลดนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมไปถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 50% ส่งผลกดดันกำลังซื้อและทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศตลาดเกิดใหม่ลดลง
 
                       อย่างไรก็ดี บล.โนมูระพัฒนสิน เป็นโบรกเกอร์ที่มองในมุมบวก โดยเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยขึ้นอีก 5%  สู่ 75% โดยวางดัชนีเป้าหมายปี 2018 ที่เดิม 1904จุเมื่อประเมินว่าสถานการณ์การเมืองอิตาลีที่ผ่อนคลาย หลังพรรคการเมืองใหญ่กำลังร่วมมือกันจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่  ลดความเสี่ยงโดยรวมลง ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาต่ำกว่าคาดกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า และหนุนสินทรัพย์เสี่ยงโลกฟื้นตัว รวมทั้งแรงหนุนในประเทศ กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างกม.ลูกเลือกตั้งสส.ไม่ขัดแย้งต่อรธน. ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปตาม Timeline ที่วางไว้
                        เท่าที่ดูแล้ว ในรอบ 5 เดือนของตลาดหุ้นไทย ยังมีความเสี่ยงที่กดดันดัชนีค่อนข้างมาก ครึ่งปีแรกที่กำลังจะผ่านไป ตลาดหุ้นอาจจะไม่ได้สดใสซาบซ่าเท่าไหร่  แต่เมื่อมองจากครึ่งปีหลังก็ยังมีความหวัง หากดูจากโบรกเกอร์หลายสำนักที่เชื่อว่า ภาพรวมดัชนียังน่าจะยืนเหนือ 1,800 จุดได้อยู่ ถ้าไม่มีปัจจัยลบอะไรเข้ามากดดันอีก แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวแล้วการเมืองในประเทศ นั่นแหละที่น่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่จะมาเป็นระลอกๆ เพราะความแน่นอน คือไม่ความแน่นอน จนกว่าจะประกาศวันเลือกตั้งจริงๆ จังๆ นั่นแหละ หรืออย่างน้อยก็น่าจะเปิดกว้างให้พรรคการเมืองมีกิจกรรมทางการเมืองได้มากขึ้น 

                         แล้วยิ่งมีข่าว 'จอร์จ โซรอส' อยู่ๆ ก็ออกมาเตือนว่าการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ และภาวะเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ อาจจะจะนำไปสู่วิกฤตการเงินครั้งใหญ่  โดยโซรอสบอกว่า การยกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านของสหรัฐฯ และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและอียูที่เสื่อมลง จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจยุโรป และต่อภูมิภาคอื่นๆ อีกด้วย 
                       " เราอาจกำลังคืบคลานไปสู่วิกฤตการเงินครั้งใหญ่อีกครั้ง" โซรอสบอกแบบนี้ ก็มีอันให้เสียวสันหลัง เพราะไม่รู้พ่อมดการเงินคนนี้กำลังคิดอะไรในใจ คำว่า "วิกฤต" นี่ มันของแสลงสำหรับตลาดหุ้นชัดๆ จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ไม่รู้ แต่พอได้ยินทีไหร่ก็อดจะกังวลไม่ได้ 

                          ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่เกิดตามที่โซรอสบอก เพราะมองยังไง ครึ่งปีหลังนี้ ตลาดหุ้นก็ยังไม่มีอะไรเลวร้ายอย่างน้อย น่าจะมีไอพีโอพาเหรดกันเข้าหลายตัว ช่วยสร้างความคึกคักกันได้บ้าง ไม่น่าจะเหมือนช่วง 6 เดือนแรก  อีกทั้งเศรษฐกิจไทย ที่รัฐบาลบอกว่าจะดีขึ้นอีกในครึ่งหลัง ก็น่าจะเป็นจะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดัน


RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh