สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

บทบรรณาธิการ

| 25 พฤษภาคม 2561

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

แพงทุกหย่อมหญ้า

แพงทุกหย่อมหญ้า

                 ช่วงนี้ไปไหนมาไหน มีแต่คนบ่นเรื่องของแพง ของขึ้นราคา เรียกว่าแพงไปซะทุกอย่างของกิน ของใช้ทุกสิ่งอย่างแพงไปหมด แพงมันยันเงา  ยิ่งในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งพรวดพราดเกิน 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จนทำให้น้ำมันบ้านเราต้องขยับขึ้นตาม จนตอนนี้ราคาน้ำมันในประเทศ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 36 บาทต่อลิตรเข้าไปแล้ว เพราะผู้ค้าปลีกบ้านเราก็ขยันขึ้นราคากันเหลือเกิน แค่เดือนเดียวขึ้นไป 5 ครั้ง รวมๆแล้วกว่า  2 บาท 

                  ยิ่งน้ำมันดีเซล ที่ราคาขึ้นเอาขึ้นเอา จนรัฐบาลต้องออกมาตรการตรึงไว้หากถึง 30 บาทต่อลิตร ดังนั้นเมื่อน้ำมันแพง ราคาสินค้า ข้าวของต่างก็ได้รับผลกระทบ เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนหลักที่เกี่ยวข้องด้วยแทบจะทุกสิ่งอย่าง ทั้งต้นทุนการผลิต การขนส่ง เพราะฉะนั้นเมื่อน้ำมันเกี่ยวข้อง และผูกโยงไปกับหลายสิ่งหลายอย่าง สินค้าอุปโภค บริโภค ต่างๆ ก็เลยต้องขึ้นตามเป็นเงาตามตัว 
                  ราคาน้ำมันแพงยังไม่พอ ล่าสุดราคาก๊าซแอลพีจี ก็พุ่งขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน และที่แน่ๆ ส่งผลให้ก๊าซแอลพีจีในครัวเรือนต้องขึ้นราคาด้วยเช่นกัน ล่าสุดก๊าซหุงต้มขึ้นไปแล้ว 23 บาท ตกอยู่ที่ 395 บาทต่อถัง งานนี้ไม่บอกก็รู้ว่าประชาชน คนเดินดินกินข้าวแกงอย่างเราๆ ท่านๆ จะเจอกับอะไร เพราะเมื่อต้นทุนพ่อค้า แม่ค้าเพิ่ม ราคาอาหารก็ขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา นี่คือแพงต่อที่ 2 
                 ยังๆ ยังไม่หมดเท่านี้ น้ำมันแพง ก๊าซแพง ราคาข้าวของแพง ราคาข้าวหอมมะลิ หรือข้าวถึงที่เรากินกันทุกวัน หรือที่ร้านข้าวแกงขายกันทุกวันนั่นแหละ ก็ขึ้นมาถึงละ 20-30 บาท เฉียดถุงละ 300 บาท เรียกว่าแพงอย่างเท่าเทียม แล้ววันก่อนผู้เขียนเจอกับตัวเอง เพราะกินข้าวกระเพราไข่ดาว จากราคา 40 บาท ขึ้นมา 50 บาท เห็นๆ เพราะแม่ค้าบอกว่าไข่ดาว คิดฟองละ 10 บาท เนื่องจากไข่ไก่ตอนนี้ก็แพง เจอแบบนี้เข้าไปก็พูดอะไรไม่ออก เพราะคนขายเองก็บอกว่าปัจจุบันนี้ ก็ทำมาหากิน ค้าขายยากอยู่แล้ว ยังต้องถูกซ้ำเติมด้วยของที่แพงขึ้น ต้นทุนที่พุ่งขึ้น ไม่ขึ้นราคาก็อยู่ไม่ได้ 

                  เรื่องข้าวของขึ้นราคา จริงๆ ก็อยู่กับบ้านเรามาทุกยุค ทุกสมัยนั่นแหละ ยิ่งในสภาพตลาดการค้าเสรี การปล่อยราคาต้นทุนทั้งน้ำมัน ทั้งก๊าซ ให้เป็นไปตามกลไกตลาด ดังนั้นก็ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงเมื่อราคาของแพงขึ้น แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น คงไม่ใช่ข้ออ้างที่รัฐบาล ซึ่งบริหารประเทศมาครบ 4 ปีแล้วจะนำมาใช้ แล้วก็วิธีขอความร่วมมือ ร้านค้าและหรือ ควบคุมราคาไม่ให้เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค เพราะถามจริงๆ ก็ตอบตรงๆ ว่ารัฐบาลคุมได้ไม่หมด และที่สำคัญคือคุมไม่ได้ค่ะ ร้านค้าริมฟุตบาท ร้านขายก๋วยเตี๊ยว ขายข้าวแกงริมถนน ท่านไม่มีทางคุมได้ และที่ต้องยอมรับความจริงคือกลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้ ก็ทำมาค้าขายเพื่อความอยู่รอดเหมือนกัน 
                 ถ้าจะไม่ให้บ่น ว่าของแพง หาเงินได้เท่าไหร่แทบไม่เหลือติดกระเป๋า มนุษย์เงินเดือนเอง หักค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ผ่อนโน่นนี่ ก็แทบไม่เหลือแล้ว เพราะทุกอย่างขึ้น แต่เงินเดือนตรงกันข้ามกัน นี่คือสภาพความเป็นจริงในสังคมไทยปัจจุบัน รัฐบาลจะทำอย่างไร ให้รายได้ ให้ความเป็นอยู่มันกระจายลงไปสู่รากหญ้า สู่คนชนชั้นฐานราก รายได้น้อยจริงๆ เสียที นี่ต่างหากที่ต้องตอบโจทย์ จีดีพีไตรมาสแรกปีนี้โต 4.8% สูงสดในรอบ 5 ปี รัฐบาลได้หน้า แต่ถามประชาชนว่าโอเคไม๊ แทบจะไม่มีใครโอเคด้วย เพราะคนได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจ ยังคงเป็นเพียงบางกลุ่ม รายได้ ความมั่งคั่ง ยังคงไม่ลงไปถึงประชาชนระดับกระดูกสันหลังของประเทศ อย่างที่หวัง

                รัฐบาลบอกว่าอยากลดช่องว่างระหว่างคนจน คนรวย แต่ตอนนี้ก็ยังไม่เห็นช่องว่างจะแคบลง เผลอๆ ถ่างออกมากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกรัฐบาลบอกเหมือนกันหมด แต่ก็ยังไม่เห็นใครจะทำได้จริงจัง “รวยกระจุก จนกระจาย” ยังใช้ได้กับประเทศไทย จำได้เคยได้ยินวลีเด็ดเมื่อปลายปีก่อน จากท่านรองนายกฯ สมคิด ว่า ปี 2018 คนจนจะหมดประเทศ ซึ่งถึงแม้ท่านไม่ได้การันตี แต่หวังว่าจะบริหารประเทศให้ความมั่นคงไปถึงคนระดับนี้จริงๆ เสียที แต่เท่าที่ดูแล้ว ผ่านไปครึ่งปีแรก ท่าทางจะยากเย็นแสนเข็ญ 

                ในขณะที่ครึ่งปีหลัง ยังมีสารพัดสิ่งจะขึ้นราคาอีก ตั้งค่าไฟ ค่ารถทัวร์ รถแท็กซี่ นี่ยังไม่รวมอีกสารพัดที่อาจเนียนๆ ขึ้นราคาเพราะอ้างราคาน้ำมันด้วย  ดังนั้นผ่านมา 4 ปี รัฐบาลก็ยังตอบโจทย์ตรงนี้ไม่ได้ ไม่ใช่ฉวยจังหวะของแพงตอนนี้แล้วถึงมาพูด แต่มันเข้าจังหวะ ของก็แพง ฐานะคนไทยก็ยังไม่ได้ดีขึ้นซักเท่าไหร่ แถมกลับไปกลับมา ก็มาลงที่ตัวเลขจีดีพี ที่โตสวนทางกับความเป็นอยู่ของประชาชน 
                ทำอย่างไรให้ของไม่แพง คงยาก แต่ทำอย่างไรให้คนไทยรู้สึกว่า ของแพงก็ยังพอรับไหวดีกว่า เพราะเงินในกระเป๋ามันมากขึ้น  แบบนี้ถ้ารัฐบาลจะบอกว่า 4 ปี บริหารประเทศมาแล้ว เศรษฐกิจดีขึ้น ยังจะพอชื่นใจขึ้นมาได้บ้าง 


RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh