สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

บทบรรณาธิการ

| 2 มีนาคม 2561

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

T+2 มาแล้วจ้า

T+2 มาแล้วจ้า

             ในที่สุดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก็ได้ฤกษ์ประกาศใช้รอบระยะเวลาชำระราคา และส่งมอบหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 2 วันทำการ หรือ T+2 เสียที หลังจากที่ตั้งท่ากันมานาน ซึ่งหากจำไม่ผิด ไม่ต่ำกว่า 10 ปีแล้วที่ผู้บริหารตลาดฯ ในยุคก่อนๆ บอกว่าจะเริ่มนำ T+2 มาใช้แทน T+3 แต่ตอนนั้นยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเสียมากกว่า จนเริ่มมาเป็นรูปเป็นร่างจริงจังก็ในสมัยผู้จัดการตลาดฯ คนล่าสุด เกศรา มัญชุศรี และประกาศใช้อย่างเป็นทางการวันที่ 2 มีนาคมนี้ และถือเป็นตลาดหุ้นแรกในอาเซียนทีใช้ T+2  และใช้เวลาในการดำเนินการเร็วที่สุดในโลกเพียง 15 เดือน 

                    ทั้งนี้การปรับเปลี่ยนระบบ เป็น T+2 ก็เพื่อให้ทันยุค  ทันสมัย เพราะสมัยนี้การพัฒนาด้านเทคโนโลยีสามารถติดต่อได้รวดเร็วมากขึ้น การลงทุนระหว่างประเทศก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งหลายประเทศทั่วโลกก็เริ่มทยอยปรับลดระยะเวลาการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์เป็น T+2 เช่น ในยุโรป อเมริกา โซนเอเซีย เพราะฉนั้นการเร่งนำ T+2 มาใช้กับตลาดหุ้นบ้านเราก็ถือเป็นความสอดคล้องกับตลาดฯ นานาประเทศด้วย  
                    ส่วนประโยชน์ของการปรับเป็น T+2 ที่เรารู้กันแน่ๆ อยู่แล้ว ก็คือจะได้เงินเร็วขึ้นนั้น ก็ยังมีเรื่องของการเพิ่มความสะดวกความคล่องตัวในการซื้อขายและการทำธุรกรรมต่อยอดอื่นๆ โดยนักลงทุนสามารถหมุนเวียนเงินเพื่อหาผลตอบแทนได้เร็วขึ้น มีต้นทุนในการทำธุรกรรมน้อยลง นอกจากนี้ ยังเพิ่มโอกาสในการลงทุนหากต้องการรับสิทธิประโยชน์ในหลักทรัพย์ที่ถือครอง เนื่องจากระยะเวลาในการซื้อเพื่อรับสิทธิจะเพิ่มขึ้นอีก 1 วัน
                      อีกทั้งทำให้ระยะเวลาในการรอรับหุ้นและเงินลดลงไป 1 วัน ทำให้ความเสี่ยงในระบบชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ของประเทศ รวมทั้งต้นทุนในการประกอบธุรกิจของทั้งอุตสาหกรรมโดยรวมลดลง ตั้งแต่ Clearing House บริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุน เพราะหลักประกันที่ต้องวางเพื่อให้ครอบคลุมค่าความเสี่ยงก็จะน้อยลงตามไปด้วย และที่เกริ่นไปข้างบนก็คือ ระบบของเราจะสอดคล้องกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทำให้บริหารเงินลงทุนระหว่างประเทศได้อย่างลงตัว ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรฐานงานชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ 

                     การปรับมาใช้ระบบ T+2 จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาตลาดทุนบ้านเรา ให้มีศักยภาพพร้อมแข่งขันกับตลาดทุนประเทศอื่นๆ และก็หวังว่า ปรับมาเป็น T+2 ก็น่าจะช่วยเกื้อหนุนให้ SET Index ปีจอพุ่งทะยานขานรับไปด้วยเลยก็แล้วกัน จะเกี่ยวหรือไม่นั้น เอาเป็นว่าอยากให้เกี่ยวก็แล้วกันนะ .... แต่ยังไงก็คงต้องขอฝากไปยังว่าที่ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ คนที่ 13 ดร. ภากร ปีตธวัชชัย ที่กำลังจะเข้ามารับตำแหน่งวันนี้ 1 มิถุนายน นี้ รับไม้ต่อพัฒนาตลาดทุน ให้ก้าวไปไกลทัดเทียมตลาดทุนระดับโลกด้วยนะคะ เพราะลำพังแค่มี T+2 คงสู้ตลาดอื่นไม่ได้ หากเราไม่พัฒนาด้านอื่นๆ ไปด้วย  อย่างเช่น เรื่องการกำกับดูแลบริษัทสมาชิก ให้ฉับไว เด็ดขาดกว่านี้ หรือไม่อย่างไร ฯลฯ เป็นต้น 


RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh