สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

บทบรรณาธิการ

| 16 กุมภาพันธ์ 2561

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

อะไรๆ ก็ Crypto

อะไรๆ ก็ Crypto

                ตอนนี้กระแสการลงทุนในโลกการเงินปัจจุบัน ต้องบอกว่าใครไม่รู้จักบิตคอยน์ หรือบรรดาเหรียญดิจิทัล ( Crypto Currency) อาจจะตกเทรนด์เอาได้ เพราะอย่างน้อยแม้ไม่รู้ลึกซึ้ง แต่ก็ต้องได้ยินผ่านหูกันบ้าง โดยเฉพาะบรรดานักลงทุน ที่ชอบเสี่ยงดวง หรือเก็งกำไร อาจจะกระโดดเข้าไปร่วมวงซื้อๆขายๆ กันมาพักใหญ่แล้ว และก็น่าทำกำไรกันมากมายไปแล้วก็ได้เช่นกัน
  
                    เหรียญดิจิทัลที่กำลังนิยมเทรดกันในตอนนี้นั้น เริ่นต้นขึ้นจริงๆ เมื่อประมาณ 9 ปีที่แล้ว แต่มาเริ่มเป็นที่นิมยมจริงๆ จังๆ และซื้อขายกันแพร่หลาย ถึงขนาดเอามาใช้แทนเงินสดในต่างประเทศ ก็เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ในเมืองไทยเพิ่งจะมาฮิตจริงจังก็เมื่อปีที่แล้ว และหากยังจำกันได้ดี บิตคอยน์เริ่มมาเป็นกระแสในบ้านเรา หลังจากมีกลุ่มแฮกเกอร์ปล่อยไวรัสเรียกค่าไถ่ "WannaCry"  โดยเรียกเก็บเงินกับผู้ที่ติดไวรัสเป็นสกุลเงินบิตคอยน์ ก็เลยทำให้เงินสกุลนี้เป็นที่รู้จัก และเริ่มพูดถึงกันมาก ซึ่งเหรียญบิตคอยน์เองก็มีราคาพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปลายปี 60 ที่ระดับ 10000 หมื่นดอลลาร์ ก่อนที่จะร่วงลงมาอย่างหนักกว่า 70% ในช่วงต้นเดือนนี้ จะบอกได้ว่านักลงทุนเหรียญดิจิทัลนั้น สามารถรวย หรือล้มละลายได้ในชั่วข้ามคืน
                     นวัตกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่ของโลกการเงินดิจิทัล ก็คือการเสนอขาย ICO (Initial Coin Offering) ซึ่งก็คือโดยการระดมทุนออกมาเป็นเหรียญดิจิทัลนั่นเอง เพื่อเสนอขายให้กับนักลงทุนที่สนใจร่วมลงทุน ซึ่ง บจ. รายแรกของไทยที่นำร่องขาย ICO ไปแล้วก็คือ บมจ. เจมาร์ท แม้ล่าสุดหลักเกณฑ์การออก ICO จะยังอยู่ระหว่างการรอประกาศจากสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งคาดว่าจะเสร็จเรียบร้อยภายในเดือนไตรมาสแรกปีนี้ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการระดมทุนรูปแบบใหม่นี้  และล่าสุดบริษัท คริปโตเวชั่น จำกัด ก็เพิ่งประกาศระดมทุนเปิดขายเหรียญ ICO CryptovationX (CXO) เพื่อธุรกรรมด้าน AI  ถึง 5 หมื่นล้านอีเทอเรียม ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเทรดได้ในกลางปีนี้ 
                       ถือว่าเป็นก้าวใหม่ของเทคโนโยโลยีทางการเงิน ที่เริ่มก้าวเข้ามามีบทบาทในบ้านเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และในอนาคตก็ไม่แน่ว่าหาก ก.ล.ต. มีหลักเกณฑ์ประกาศอย่างชัดเจนแล้ว ก็อาจจะมีบริษัทจดทะเบียน หรือ บจ. อีกหลายแห่ง ทยอยระดมทุนแบบ ICO เพิ่มขึ้น ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการเปลี่ยนแปลงสังคมไร้เงินสด เข้าสู่ ระบบการเงินดิจิทัล โดยการซื้อขาย และลงทุน ผ่านเหรียญดิจิทัลเหล่านี้ ซึ่งในอนาคตใครจะไปรู้ว่าเราอาจจะใช้เงินดิจิทัลกันอย่างแพร่หลาย   

                     อย่างไรก็ดี ของดี ของถูก ย่อมไม่มีในโลก แม้การลงทุนเหรียญพวกนี้ จะสร้างความมั่งคั่งให้กับนักลงทุนบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่เริ่มลงทุนตั้งแต่มูลค่าเหรียญไม่กี่สิบดอลลาร์ แต่ในทางกลับกันนักลงทุนบางกลุ่ม หรือแม้แต่คนทั่วไปที่ยังไม่ได้ศึกษา Cryrto Currency อย่างถ่องแท้ดีพอ อาจจะต้องสูญเสียรายได้จากการลงทุนมากมายมหาศาลเช่นเดียวกัน โลกของเงินดิจิทัล ไม่ได้สวยงามอย่างที่หลายๆ คนคิด  และกลายเป็นความเสี่ยงที่หลายๆ ประเทศเริ่มจริงจังที่จะเข้ามากำกับดูแล เพราะตัวตนที่เราไม่ยังอาจจะจับต้องไม่ได้ อาจจะกลายเป็นมุมมืดทางการเงินอย่างที่เราเห็นเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ อะไรที่เป็นของใหม่มากๆ ความเสี่ยงก็ย่อมมีสูงมากเป็นเงาตามตัว 

                      ไม่ใช่แห่เห็นตามกันไป เอะอะอะไรๆ ก็ลงทุน Crypto ตามสมัยนิยม เพราะของใหม่ใครๆ ก็อยากเข้าไปมีส่วนร่วมกันทั้งนั้น เพียงแต่อย่ามองโลกสวยแต่เพียงอย่างเดียว เพราะยังไงแล้วสำหรับบ้านเรา การลงทุนใน Crypto Curency ก็ยังเป็นของใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ไม่ได้ง่ายเหมือนเล่นหวย หรือเล่นแชร์ นะจ๊ะ 

                      " การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ลงทุน Crypto ตอนนี้เสี่ยงกว่า " 


RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh