บทบรรณาธิการ

| 15 ธันวาคม 2560

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

ตามหาธรรมาภิบาล

                 การเป็นบริษัทจดทะเบียน หรือ บจ. ใช่ว่าพอเข้าไปซื้อขายเรียบร้อยแล้วก็จบ แต่การเป็นบริษัทจดทะเบียน ยังต้องมีความรับผิดชอบอีกหลายๆอย่าง ทั้งต่อผู้ถือหุ้นบริษัท นักลงทุน และต่อตัวบริษัทเอง ซึ่งก็คือการมีธรรมาภิบาล หรือ Corporate Good Governance  (CG) ที่ดี ซึ่ง บจ.ที่มี CG ที่ดีนั้นต้องมีการจัดการ ควบคุมดูแล บริหารกิจการต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน   

                    แต่สำหรับปี 2560 นั้น เมื่อเราดูจากหลายๆ เคสที่เกิดขึ้น แทบจะพูดได้เลยว่า บจ. บางแห่งยังละเลยกับเรื่องธรรมาภิบาล โดยเฉพาะเมื่อดูจากเคสที่ถูกสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบและเข้าไปดำเนินการ ไล่ตั้งแต่ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) (EARTH)  จนถูกสั่งให้ต้องนำส่งเอกสารเกี่ยวกับหนี้สินที่เพิ่มขึ้น และต้องทำ Special Audit  เพื่อแจ้งแหล่งที่มาของมูลหนี้ หลังบริษัทมีปัญหาหนี้สินอย่างหนักจนต้องยื่นขอฟื้นฟูกิจการ 
                    เช่นเดียวกับ บมจ. เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น หรือ PACE  ที่โดนให้ชี้แจงการประเมินมูลค่ายุติธรรมเรื่องเงินลงทุน หลังจากผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปต่องบกำไรขาดทุน โดยล่าสุดขยายระยะเวลาให้ PACE นำส่งคำชี้แจงเกี่ยวกับสมมติฐานที่ใช้ในการประเมินดังกล่าวภายใน 15 มกราคม 2561 เรียกว่ากลายเป็นอีก 1 บจ. ที่ไม่มีความชัดเจนเรื่องเงินลงทุน ทั้งที่ก่อนหน้าเป็น บริษัทอสังหาฯ ที่มองว่าน่าจะเป็นดาวรุ่งอีก 1 แห่งจากการเปิดตัว อภิมหาคอนโด "มหานคร"   
                    เท่านั้นยังไม่พอ อีก  2 บจ. ที่ทำให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนปวดเศียรเวียนเกล้า ตั้งแต่ต้นปี จนในที่สุดก็ถูก ก.ล.ต. กล่าวโทษ ก็คือ บมจ. อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น หรือ IFEC  โดย ก.ล.ต. ประกาศกล่าวโทษ หมอวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ประธานกรรมการบริษัท กระทำโดยทุจริตต่อหน้าที่ โดยแสวงหาประโยชน์อันไม่ควรโดยเข้าข่ายขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการและผู้บริหาร ทำให้บริษัทเสียหาย  โดยนายแพทย์วิชัย  เรียกประชุมผู้ถือหุ้น IFEC เพื่อเลือกตั้งกรรมการทดแทนกรรมการที่ว่าง โดยผิดข้อบังคับและฝ่าฝืน พ.รบ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 
                      และอีก 1 บริษัทที่ดูแล้วน่าจะเป็นมหากาพย์มากกว่า IFEC ก็คือ บมจ. กรุ๊ปลีส (GL)  หลังจากมีปัญหาลากยาวเรื่องปล่อยกู้บริษัทในกลุ่ม ในที่สุด ก.ล.ต. ก็จัดการกล่าวโทษ นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ผู้บริหารบริษัทฯ ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีทุจริต เบียดบังทรัพย์สินของบริษัท และทำบัญชีไม่ถูกต้อง โดยทำธุรกรรมอำพรางผ่านบริษัทที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศหลายแห่ง เพื่อให้ผลประกอบการของ GL สูงเกินความจริง
                      นอกจาก 2 บริษัทเจ้าปัญหาที่ผู้บริหารผู้บริหารถูกกล่าวโทษแล้ว ก.ล.ต. ยังกล่าวโทษอดีตกรรมการและผู้บริหารบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ IEC กับพวกรวม 25 ราย นำโดย นาย ภูษณ ปรีย์มาโนช  ต่อ DSI เช่นเดียวกัน ข้อหาร่วมกันทำผิดหน้าที่โดยทุจริต เบียดบังทรัพย์สิน และแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ IEC เสียหาย รวมถึงจัดทำหรือยินยอมให้มีการจัดทำบัญชีบริษัทไม่ถูกต้อง ไม่ตรงต่อความเป็นจริง ขณะที่ก่อนหน้า ก.ล.ต. เพิ่งกำชับให้ IEC คืนเงินจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้น หากไม่สามารถเพิ่มทุนได้ เพราะเกรงว่าผู้ถือหุ้นจะได้รับความเสียหาย  
                     นี่ยังไม่นับอีกหลาย บจ. ที่ก.ล.ต. ดำเนินการไปในปีนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า บริษัทเหล่านี้จำเป็นต้องปรับปรุงเรื่องธรรมาภิบาลอย่างเร่งด่วน เพราะเท่าทีเห็นและเป็นอยู่ ได้บั่นทอนความน่าเชื่อถือ และภาพพจน์ของ บจ. จนอาจถึงขั้นติดลบไปแล้ว เพราะเมื่อเป็น บจ. ก็จำเป็นต้องมีความจริงใจ ในการเปิดเผยข้อมูล อย่างจรงไปตรงมา ไม่ใช่ปิดบังอำพรางจนเกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน และต่อตัวบริษัทในที่สุด 

                    ประเด็นนี้ ก.ล.ต. และรวมถึง ตลาดหลักทรัพย์ ควรจะให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง  และต่อภาพลักษณ์ของตลาดทุนไทย ที่ควรจะเป็นด่านหน้าในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น แต่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ก็คือคุณธรรม และจริยธรรมของผู้บริหาร ที่ควรจะสำนึกในเรื่องความโปร่งใสในการบริหารบริษัท และคำนึงถึงผู้ถือหุ้นของบริษัท  เพราะเราคงจะตามหาธรรมาภิบาลจากที่ไหนไม่ได้ นอกจากตัวผู้บริหารเอง ....


RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh