บทบรรณาธิการ

| 3 พฤศจิกายน 2560

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

พออยู่ พอกิน และพอเพียง

                  "การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามขั้นต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชาเมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่าง ๆขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด ดังเห็นได้ที่อารยประเทศหลายประเทศกำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในเวลานี้" 

                       บทบรรณาธิการสัปดาห์นี้ ขอน้อมนำเอาพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนารถบพิต หรือในหลวงรัชกาลที่9 ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2517 มาเกริ่นนำ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางในการบริหารประเทศยุคปัจจุบันว่าเหมาะสม สอดคล้องกับยความเป็นจริง และสภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่มากน้อยเพียงใด 
                       เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงอีกขั้นหนึ่ง ไปสู่สังคมดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อปรับตัวรับการกระแสยุคเทคโนโลยีของโลก ที่ก้าวไกล และไปไวเหลือเกินในปัจจุบัน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการจับจ่ายใช้สอยต่างๆ ที่อาศัยความรวดเร็วของระบบดิจิทัล เทคโนโลยีการสื่อสาร เพียงแค่นิ้วมือคลิก ก็บันดาลความสะดวก สบาย ได้ทันที เข้าคอนเซ็ปต์รัฐบาล 4.0 เศรษฐกิจ 4.0 และอะไรๆ ก็ 4.0  ในตอนนี้เสียเหลือเกิน 
                       ในพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ดีๆ แล้ว  ก็จะเห็นว่า การจะพัฒนาประเทศ เราต้องพัฒนาความพร้อม สร้างฐานที่มั่นคงไปพร้อมๆกันด้วย เพื่อให้การปฏิบัติสอดคล้องกับภาวะของประเทศและประชาชน ซึ่งเท่าที่ดูตอนนี้แล้ว เหมือนการพัฒนาของบ้านเรายังลักลั่นไม่ได้มีความสอดคล้องไปในทางเดียวกันซักเท่าไหร่ เพราะคนคิด คิดไปไกล ฉับไว โครงการก้าวล้ำ นำหน้า แต่คนปฏิบัติ หรือคนทำ ถามว่าทำได้หรือไม่ ทำได้แค่ไหน แค่นี้ก็หาคำตอบได้ยากเย็นเหลือเกิน เนื่องจากไม่ได้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน  รัฐบาลอยากทำสารพัด แต่ข้าราชการมีความพร้อมที่จะตอบสนองแค่ไหนนั้นเป็นอีกเรื่อง  คงไม่ต้องลงลึกรายละเอียดกันมาก ยกตัวอย่างหลายโครงการสาธารณูปโภค ที่ล่มแล้วล่มอีก เปิดประมูลใหม่อยู่นั่น ก็เห็นแล้วว่าการบริหารจัดการเป็นอย่างไร เพราะฉนั้นก็อาจจะเป็นความล้มเหลว แบบที่เราก็เห็นอยู่บ่อยๆในหลายตัวอย่าง 

                          ไม่เพียงแต่หลักการในการบริหาร แต่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เราได้ยิน ได้รับรู้กันตั้งแต่จำความได้นั้น เป็นหลักที่สามารถนำมาใช้ได้กับชีวิตประจำวัน ไม่เฉพาะแต่ภาคการเกษตร แต่สามารถใช้ได้กับคนที่อยู่นอกภาคเกษตรด้วย โดยมุ่งเน้นให้ยึดวิถีไทยอยู่แต่พอดี อย่าฟุ่มเฟือยอย่างไร้ประโยชน์ อย่ายึดวัตถุเป็นที่ตั้ง กินอยู่ตามฐานะ ใช้สติปัญญาในการดำรงชีวิต เจริญเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าใช้หลักการลงทุนเชิงการพนัน ซึ่งตั้งอยู่บนความเสี่ยง กู้เงินมาลงทุนโดยหวังรวยอย่างรวดเร็ว แล้วก็ไปสู่ความล้มละลายในที่สุด ซึ่งน่าจะเหมาะกับการลงทุนในปัจจุบันได้เป็นอย่างดีเช่นกัน

                           อีก 2 เดือนก็จะเข้าสู่ปีใหม่ 2561 แล้ว หลายๆ คนก็น่าจะมีแนวทางในใจของตัวเองว่าจะดำเนินชีวิตแบบไหน ลงทุนอย่างไร เพื่อให้เรามีกำไร มีชีวิตที่สุขสบาย และแน่ๆ คือ การใช้ชีวิตโดยไม่ประมาท เพราะไม่ว่าจะเป็นการบริหารประเทศ หรือบริหารชีวิตตัวเอง ตรรกะก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างกัน หากเรายึดหลัก พออยู่ พอกิน และพอเพียง 

                           " เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ห้ามไม่ให้ลงทุน หรือขยายธุรกิจ แต่เน้นให้ทำธุรกิจที่ไม่เสี่ยง และควรลงทุนให้เหมาะสมกับตัวเอง" 


RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh