บทบรรณาธิการ

| 20 ตุลาคม 2560

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

ก.ล.ต. กับ GL หุ้นเด็ด (ชีพ)

                ในที่สุด บมจ.กรุ๊ปลีส (GL)ก็ถูก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)  กล่าวโทษ กรณีนาย มิทซึจิ โคโนชิตะ ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีทุจริต เบียดบังทรัพย์สินของบริษัท และทำบัญชีไม่ถูกต้อง โดยทำธุรกรรมอำพรางผ่านบริษัทที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ เพื่อให้ผลประกอบการของบริษัทสูงเกินความเป็นจริง เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา 

                 เรียกได้ว่าเป็นวิกฤติอีกครั้งสำหรับบริษัทนี้ หลังจากเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา  GLถูกผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกตุในประเด็นให้กู้ยืมในสิงคโปร์-ไซปรัส และดอกเบี้ยค้างรับ  จนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ ทำให้ราคาหุ้นร่วงระนาวกราวรูด 4 ฟลอร์จากระดับสูงสุดในตอนนั้นที่เกือบ 70 บาท จากหุ้นน้ำดี ธุรกิจกำลังไปได้สวย ถูกเตะสกัดจนกลายเป็นแผลเหวอะหวะไปหมด 
                 มาคราวนี้หนักหนาสาหัส สากรรจ์กว่าเมื่อต้นปีเสียอีก หรือจะเรียกว่าเป็นวิกฤติรอบ 2 กับ GL ที่เกิดภายในปีเดียว เพราะครั้งนี้ราคาหุ้นดิ่งแรง ดิ่งเร็ว จาก 20 บาทกว่าๆ เหลือไม่ถึง 10 บาท ราคาร่วงติดฟลอร์ 2 วันติดทันทีที่ตลท. ปลด SP ขณะที่ความเคลื่อนไหวของหุ้นเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา ก็หวือหวาผันผวน ชวนให้เวียนหัว กับการดันแล้วทุบ ทุบแล้วดัน ดันแล้วเทซ้ำ คนที่เข้าไปติดหุ้นมีเท่าไหร่ไม่ต้องบอก 
                    เท่านั้นยังไม่พอ GL เคราะห์ซ้ำ กรรมซัดเหลือเกิน อยู่ๆ ก.ล.ต. ก็มีประกาศิตให้บริษัทไปแก้ไขบการเงินให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง ไม่งั้นอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์ งานนี้ก็หงายเงิบเลยทีเดียว เพราะเจอแบบนี้เข้าไป ตลท. ก็ต้องสั่งขึ้น SP ไปโดยปริยาย เพื่อรอความชัดเจนอีกครั้ง จากปลดไปเมื่อวันที่ 17 ต.ค.  ภายหลังบริษัทแจ้งว่าจะประชุมหารือเรื่องการเปลี่ยนตัวนายมิทซิจิ .....ไม่บอกก็รู้ว่ารายย่อยกระอักโลหิตขนาดไหน ปล่อยให้ซื้อขายมา 3 วัน แล้วจู่ๆ ก็โดนแขวน SP อีกรอบ จากคำสั่งเพิ่มเติมของก.ล.ต. เพราะแม้ ตลท.บอกว่าจะปลด SP ในวันที่ 24 ต.ค. นี้ก็ตาม แต่ความเสียหายที่เกิดไปแล้ว จะทำอย่างไร  ใครที่เห็นราคาหุ้น GL เมื่อวานนี้น่าจะรู้ดี  

                  เจ็บเนื้อๆ เน้นๆ เจ็บแบบสาหัสกันเลยทีเดียว เพราะรายย่อยที่ถือหุ้น GL อยู่กว่า 17,000 ราย (ปิดสมุดฯ ล่าสุดเดือน เม.ย.60)  ที่ออกไม่ทัน หรือจะออกทันก็บาดเจ็บเกลื่อนตลาดฯ ไปแล้ว แบบนี้ใครจะรับผิดชอบ หน่วยงานกำกับดูแลทั้ง ก.ล.ต. และตลาดฯ จะทำอย่างไร  จะบอกว่าให้นักลงทุนรับชะตากรรมกันไปเองก็คงไม่ถูกนัก ปล่อยให้รายย่อยซวยอยู่ข้างเดียวแบบนี้ก็ไม่ได้ ทั้งที่จริงๆ แล้ว ตอนประกาศกล่าวโทษผู้บริหาร GL นั้น ก.ล.ต. ควรจะต้องแจ้งให้บริษัทแก้ไขงบการเงินให้เป็นไปตามจริง พร้อมๆ กันเลยใช่หรือไม่  ซึ่งหาก ก.ล.ต. ดำเนินการไปเลยครั้งเดียวเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ตลาดฯ ก็น่าจะแขวน SP เพื่อรอจนกว่าจะมีการแก้ไขงบการเงินให้กับ ก.ล.ต. ความเสียหายก็อาจไม่เกิดขึ้นมาก  มาขยัก 2 รอบแบบนี้ ก็ไม่ต้องสงสัยกันเลยว่ารายย่อยจะติดหุ้นกันอีกขนาดไหน เปิดมาวันอังคารนี้ ลุ้นกันหนักแน่ๆ ว่าหุ้นจะฟลอร์หรือไม่ 

                   ส่วนกรณีที่ตลาดฯ อาจย้ำว่าให้นักลงทุนใช้วิจารณญาณให้รอบคอบก่อนลงทุน ตอนปลด SP เมื่อเช้าวันอังคารนั้น ถามจริงๆว่า ถ้าไม่ปล่อยให้ซื้อขายแต่แรก เหตุการณ์ตายเกลื่อนก็คงไม่เกิดขึ้น ... บางทีในบางครั้ง หน้าที่ของเรกกูเลเตอร์ หรือผู้กำกับดูแล ก็ควรจะดำเนินการทันต่อเหตุการณ์ ตัดสินใจได้อย่างเฉียบขาด และรวดเร็ว กว่าที่เป็นอยู่หรือไม่ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น 
                   การกล่าวโทษผู้บริหาร GL เป็นสิ่งที่ ก.ล.ต. ทำถูกต้อง เด็ดขาด ชัดเจน แต่การป้องกันความเสียหายของนักลงทุนนั้น ก็เป็นหน้าที่ที่หน่วยงานที่กำกับดูแลตลาดทุน ควรจะเข้าไปดูแลให้มากกว่านี้ ป้องกันในเรื่องที่ควรป้องกัน อย่างน้อยความเสียหายก็ไม่มาก .... ในฐานะสื่อมวลชน กับความรู้ไม่เท่าไหร่ คงไม่บังอาจสั่งสอน แต่หวังจะเสนอแนะความเห็น และมุมมองบางมุมให้ผู้มีหน้าที่ดูแลตลาดฯ ได้รู้ และเห็น เพราะทุกครั้งที่มีปัญหาในกรณีนี้ คนที่ถูกปล่อยให้เดียวดาย ก็ไม่พ้นนักลงทุนรายย่อย .... 

                   สำหรับนักลงทุนรายย่อยเอง เชื่อว่าบทเรียน GL คราวนี้ และก็น่าจะเป็นบทเรียนที่เราเห็นซ้ำๆ ซากๆ มาหลายรอบ ควรจะมีความรอบคอบขึ้นกว่าเดิม เพราะเราคงไปมัวแต่โทษใครไม่ได้ หากเราไม่ดูแลตัวเราเองให้ดีเสียก่อน 


RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh