บทบรรณาธิการ

| 17 สิงหาคม 2560

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

ปฎิรูปรถเมล์ไทย .... ดูยังไงก็ไม่เข้าท่า

    เรียบร้อยโรงเรียน ขสมก. ไปแล้ว กับแผนการปฏิรูป 269 เส้นทางสายรถเมล์ใหม่ ซึ่งเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา ก็เริ่มชิมลาง นำร่องปรับเปลี่ยนสายรถใหม่ไปแล้ว 8 เส้นทาง ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม 

      โดยกรมทขนส่งทางบก เพื่อให้สอดคล้องกับระบบขนส่งมวลชนหลักในอนาคตซึ่งคือรถไฟฟ้านั่นเอง ทำเอาประชาชนคนกทม. งงเด้ งงเด้  กันเป็นแถว เพราะหลายต่อหลายคน ตั้งคำถามเหมือนกันว่า จะปรับไปเพื่ออะไร ปรับทำไม แล้วที่ว่าจะให้มันเชื่อมโยงและสอดรับกับเส้นทางรถไฟฟ้านั้น ตอนนี้มันมีความจำเป็นขนาดนั้นเลยหรือไง เพราะเท่าที่รู้ตอนนี้ รถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร ที่วิ่งอยู่ก็ยังมีไม่ครบลูปเส้นทางที่วางไว้เลยด้วยซ้ำ ปรับให้งงกันไปแท้ๆ  
     แถมการเปลี่ยนสายใหม่นั้น ยังเปลี่ยนเลขรถเดิม เพิ่มเติมคือมีภาษาอังกฤษเติมเข้ามาด้วย อย่างเช่น จากสาย 54  เดิม เปลี่ยนเป็น B44 แล้วก็เปลี่ยนเส้นทางจากวิ่ง ห้วยขวาง - อนุสาวรีย์ชัยฯ มาเป็นวิ่ง วงกลมพระราม 9 -สุทธิสาร เรียกว่างงที่ 1 จากเปลี่ยนเลขไม่พอ ยังมีงงซ้ำซ้อนมาเปลี่ยนเส้นทางอีก แม้จะมีการติดป้าย สายใหม่ สายเดิม คู่กันก็ตาม แต่รับประกันเลยว่า มีคนขึ้นรถเมล์ผิดอย่างไม่ต้องสงสัย 
      เท่านั้นยังไม่พอ กรมขนส่งทางบก ยังเพิ่มความงงเข้าไปอีก เพราะนอกจากจะเติมภาษาอังกฤษนำหน้าแล้ว บางสายยังอุตส่าห์ มีภาษาปิดท้ายให้คนไทยได้ฝึกความจำเพิ่มเติมอีกด้วย เช่น สาย514  มีนบุรี-สีลม เป็น สาย G59E มีนบุรี-ท่าเรือสี่พระยา (ทางด่วน) ประมาณว่าตัวปิดท้าย E คือขึ้นทางด่วนว่างั้น ทั้งที่ปัจจุบัน ประชาชนพอเห็นป้ายเหลืองของรถเมล์มาแต่ไกลก็รู้แล้วว่าขึ้นทางด่วน ดูจะง่ายกว่าเสียด้วยซ้ำ  แบบนี้ไม่งง ไม่มึน ไม่ขึ้นผิดก็ให้มันรู้ไป 
               
       แล้วภาษาอังกฤษที่ใส่เข้ามานั้น ดูยังไงก็ไม่เข้าท่า เพราะอย่าลืมว่าชาวบ้านชาวช่องอีกมากมาย ที่เข้าไม่รู้ภาษาอังกฤษ จะเข้าใจได้อย่างไร คนอายุมากๆ สายตาไม่ดีจะอ่านสายรถเมล์ที่เพิ่มเติมตัวอักษรเข้ามาทันหรือไม่ แม้เรื่องนี้ นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมขนส่งทางบก จะให้เหตุผลว่า 
     " หากมองในระยะยาว รถเมล์จะต้องรองรับและเชื่อมโยงกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน และที่สำคัญต้องรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีก  และอนาคตอีก 5 ปี 10 ปี ประเทศไทยจะต้องมีป้ายอัจฉริยะ เพราะฉะนั้นอย่าไปซีเรียสกับอักษรภาษาอังกฤษ แนะนำว่าหากจำไม่ได้ ประชาชนควรจำเป็น ศาลายา-หมอชิต แทน" 
      แหม พูดง่ายแต่ทำยาก แล้วท่านอธิบดีเคยนั่งรถเมล์กี่ครั้ง อันนี้ต้องไปถามท่านดู  ส่วนเรื่องการเชื่อมโยงกับระบบรถไฟฟ้า รถใต้ดิน จริงๆ น่าจะมีวิธีการที่ดีกว่าและเข้าท่ากว่าที่ทำตอนนี้หรือไม่ และจริงๆ แล้วกรมการขนส่งทางบก และ ขสมก. ควรเอาเวลาที่มานั่งคิดเปลี่ยนสายรถเมล์ มาเปลี่ยนรถเมล์ให้มันดีกว่านี้ ใหม่กว่านี้ ไม่ใช่เอาของเก่ามาทำใหม่ แค่ติดสติ๊กเกอร์ พ่นสีเพิ่มเข้าไป แบบนี้ดูยังไงก็ไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องทำ 
    
        ถามว่า ควรจัดการประมูลรถเมล์เอ็นจีวี ที่ค้างเติ่ง ล้มประมูลซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นเล่นปาหี่ไปวันๆ  ให้เรียบร้อยก่อนดีหรือไม่ ประชาชนจะได้มีรถใหม่ๆ นั่ง  ไม่ใช่นั่งรถเก่าๆ ที่มีอยู่ นี่คือสิ่งที่ชาวบ้านน่าจะต้องการมากกว่า มานั่งจำสายรถเมล์ใหม่ วันๆ ก็ปวดหัวกับเรื่องทำมาหากินพอแล้ว กลับต้องมานั่งปวดหัวเรื่องเส้นทางรถใหม่ เผลอๆ ขึ้นสายผิด ชีวิตเปลี่ยน เสียเวลา เสียสุขภาพจิตหนักเข้าไปอีก

     เพราะฉะนั้นหากอยากจะปฎิรูปรถเมล์ใหม่ ก็ควรจะเน้นไปที่คุณภาพของรถ และที่สำคัญคือ ทำให้คุณภาพชีวิต และการเดินทางของประชาชนมีความสะดวก สบายมากขึ้น จะดีกว่า นี่ท่านนายกฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงกับประกาศิตออกมาแล้วว่าในปีนี้ ต้องได้รถเมล์อย่างน้อย 400 คัน ดังนั้นเรื่องเปลี่ยนสี เปลี่ยนสาย กับจัดหารถเมล์ใหม่ อะไรสำคัญก่อนหลัง ทางขสมก. และกรมขนส่งทางบก น่าจะเข้าใจได้ดีอยู่แล้วนะคะ 

    เห็นแบบนี้แล้ว อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ อะไรทำก่อน ทำหลัง ขสมก. น่าจะรู้ดี ถามประชาชนด้วยว่า เขาต้องการให้รถเมล์เเปลี่ยนสี เปลี่ยนสาย หรือเปล่า เอาเวลาตรงนี้ ไปจัดระเบียบการประมูลเมล์เอ็นจีวี ให้สำเร็จดีกว่าค่ะ เพราะถ้าจำไม่ผิดเปิดประมูลครั้งนี้ น่าจะครั้งที่ 3 แล้วมั่งคะ .... ถ้าไม่สำเร็จอีก ล้มประมูลอีก ....อายชาวบ้านเขานะคะ 


RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh