บทบรรณาธิการ

| 6 กรกฎาคม 2560

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

เศรษฐกิจดีจริงหรือ ???

                แนวโน้มเศรษฐกิจปีนี้ น่าจะเติบโตถูกใจผู้ใหญ่บ้านเราหลายต่อหลายคน โดยเฉพาะ ดร. สมคิด จาตุศริพิทักษ์ ขุนพลเศรษฐกิจมือ1 ของรัฐบาล โดยหน่วยงานหลักๆ  ทั้งภาครัฐ หรือเอกชน ต่างทยอยปรับเพิ่มเป้าตัวเลขจีดีพีกันถ้วนหน้า ทั้ง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) , สภาพัฒน์หรือ สศช. แบงก์ชาติ ซึ่งเฉลี่ยแล้วอยู่ในระหว่าง 3.4 -3.8% ขณะที่การส่งออกส่วนมาก เชื่อว่าน่าจะเติบโตได้ในระดับ 5% หลังจากตัวเลขในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โตกว่า 13% สูงสุดในรอบกว่า 2 ปีเลยทีเดียว 

                 ส่วนฟากฝั่งเอกชน ล่าสุด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ก็พร้อมใจกันปรับเป้าเศรษฐกิจปีนี้เช่นกัน เป็น 3.4% และ3.6% ตามลำดับ จากก่อนหน้าที่ทางคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน หรือกกร. เพิ่มจะเพิ่มเป้าการเติบโตของส่งออกไป ซึ่งการพาเหรดกันปรับเป้าจีดีพีปีนี้ ส่วนใหญ่มีเหตุผลไม่ต่างกันมากนัก จากการประเมินว่าส่งออกในช่วงครึ่งปีหลัง การบริโภค การลงทุนภาครัฐ และการท่องเที่ยวจะขยายตัวดีขึ้นหนุนภาพรวมเศรษฐกิจขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะสารพัด สารพัน รถไฟ ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ ที่รัฐบาลกำลังเดินเครื่องเร่งประมูลให้เร็วที่สุด 
                 เห็นข่าวแบบนี้แล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เมื่อมองว่าเศรษฐกิจในปีนี้ น่าจะเริ่มฟื้นตัว หลังจากซึมๆ เซาๆ มา 2-3 ปีแล้ว โดยเฉพาะการส่งออกที่ก่อนหน้านี้แทบจะไม่เติบโต ค่อนไปทางติดลบเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นหากรัฐบาลสามารถบริหารเศรษฐกิจให้กลับมาดีขึ้นได้ ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี 

                  แต่เอาเข้าใจจริง รัฐบาลบอกปาวๆ ว่าเศรษฐกิจกำลังดีขึ้น แต่หันมาถามประชาชนทั่วไป ส่วนใหญ่ก็ยังบอกว่าเหมือนเดิม ไม่เห็นว่าจะได้รับผลบวกอะไรเท่าไหร่ เงินเดือนก็ยังเท่าเดิม ค่าใช้จ่ายมากกว่าเดิม ภาระต่างๆ ก็ไม่ได้ลดลง  เพราะค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเดินทาง ทุกอย่างจะคงเดิม ทั้งที่จริงๆ แล้วเงินในกระเป๋าควรจะใช้จ่ายคล่องตัวมากขึ้นหากเศรษฐกิจดี นั่นก็เพราะเศรษฐกิจที่ดี อาจจะดีเพียงแค่บางส่วน หรือเฉพาะโครงสร้างหลักๆใหญ่ๆ แต่ไม่ได้กระจายลงมาทั่วถึงยังประชาชนอย่างแท้จริง ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ยังปากกัดตีนถีบกันต่อไป ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้นเกือบเท่าตัว เพราะถามว่าราคาข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ราคา 20 บาท ยังมีอีกหรือไม่แทบไม่ต้องพูดถึงกันเลยทีเดียว 

                  ถึงแม้รัฐบาลจะออกนโยบายประชานิยม ช่วยคนรายได้น้อย แจกสวัสดิการคนจน แต่ก็ยังดูเหมือนไม่ได้ช่วยให้ประชาชนในกลุ่มนี้มีรายได้อย่างจริงจัง เพราะนั่นเหมือนเป็นการหว่านเม็ดเงินลงไปช่วยในระยะสั้นมากกว่า ทั้งที่คนส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ของประเทศ ที่เป็นเกษตรกร ชาวนาควรจะมีรายได้หลักที่มั่นคง มีที่ดินทำกินที่แน่นอน เพื่อเป็นหลักประกันในการสร้างรายได้ ซึ่งหากเศรษฐกิจดีจริงๆ นั่นคือคนในกลุ่มนี้ ควรจะมีความเป็นอยู่ มีการใช้จ่ายที่คึกคักเป็นตัวสะท้อน ซึ่งในความเป็นจริงแทบจะไม่ได้เห็นกันเลย หรือแม้แต่ชนชั้นกลาง มนุษย์เงินเดือน ก็ยังไม่ถือว่ามี
เงินทองใช้คล่องมือ เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายยังมีอยู่สูงเช่นกัน     
                   ดังนั้นถ้าเศรษฐกิจดีจริง จีดีพีโตขึ้นจริง ก็จะต้องสะท้อนให้เห็นกันทั้งระบบ เพราะเท่าที่ได้ยินตอนนี้ ก็ยังมีคนบ่นอยู่เลยว่าเศรษฐกิจปีนี้ช่างฝืดเคืองเสียเหลือเกิน ทำมาหากินลำบาท กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ก็ลดลงออกไปแนวซบเซา การค้า การขาย ซึมๆ ไม่ต้องดูอะไรมาก ลองเดินไปในย่านการค้า อย่างเช่น อนุสาวรีย์ชัย สยามสแควร์ มาบุญครอง ก็ดูจะเหงาๆ ลงไป เพราะคนขายของก็น้อย คนซื้อก็น้อย ไม่คึกคักเหมือนเคยเพราะฉนั้นพอเห็นหน่วยงานแต่ละแห่งออกมาปรับตัวเลขจีดีพีขึ้น ก็เลยรู้สึกตะหงิดๆ เศรษฐกิจดีจริงไม่ว่า แต่ต้องดีทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่เสกตัว
เลขออกมาให้ดี แต่คนเดินดิน กินข้าวแกง ประชาชนตาดำๆ ยังชักหน้าไม่ถึงหลังกันอยู่เลย 

                    ขนาดคนรวยเล่นหุ้น ยังบ่นกันปอดแปด เพราะตลาดไม่ดีขึ้นเลย นับวันก็ยังไม่เห็นแนวโน้มว่าดัชนีจะขึ้นไปแตะ 1600 จุดเมื่อไหร่ เพราะเงินไม่ได้เข้ามาลงทุนจริงจัง หรือเข้ามาก้หนีไปลงทุนในตลาดอื่นที่มันแน่นอนกว่า สรุปว่าเศรษฐกิจดีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ..... 


RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh