บทบรรณาธิการ

| 24 มีนาคม 2560

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

หน้ากากมา...รายได้ก็มา หุ้น WORKก็มา

                    ช่่วงนี้ใครไม่คุยเรื่องหน้ากากถือว่าตกเทรนด์ เพราะตอนนี้ต้องยอมรับว่า รายการ " The Mask Singer"ของเวิร์คพ้อยท์ มาแรงจริงๆ มาแรงขนาดแซงเรทติ้งละครยอดฮิตทางช่อง3 ช่อง7 กันเลยทีเดียว

                 แม้ว่าล่าสุดรายการจะเข้ามาสู่ช่วงสุดท้ายเฉลยผู้ชนะกันไปแล้วก็ตาม ... แต่เหนือกว่าคำว่าสุดท้าย ยังมีสุดท้ายกว่า เพราะจนแล้วจนรอด เวิร์คพ้อยท์ กลับไม่ยอมเฉลยโฉมหน้าที่แท้จริงว่าหน้ากากทุเรียนผู้ชนะคือใคร โดยยกยอดไปเฉลยอาทิตย์หน้า เล่นเอาแฟนๆ รายการอารมณ์ค้าง หงุดหงิด เล่นเอางานนี้มีกระแสดราม่า ด่าทอกันขึ้นมาว่าเวิร์คพ้อยท์ มี Hidden Agenda หรืออย่างไร? จะเม้มผู้ชนะไว้ทำไม
                 จริงๆ แล้ว เรื่องแบบนี้จะว่าไป ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่กับดราม่าที่เกิดขึ้น หากเรามองในมุมของการตลาด หรือมาร์เก็ตติ้งที่เจ้าของรายการน่าจะคิดไว้แต่แรกแล้วมั้ง ... อีกอย่างยืดเวลาออกอากาศไปอีก 1 สัปดาห์ มันหมายถึงรายได้ล้วนๆ ที่เพิ่มขึ้น

                 และไม่ว่าจะดราม่า ด่าออกสื่อกันขนาดไหน ก็เชื่อว่าสัปดาห์หน้ารายการ The Mask Singer ก็ยังมีคนรอดูล้นเช่นเดิม เพราะใครๆ ก็อยากรู้ว่าหน้ากากทุเรียน เป็นคนที่คาดไว้หรือไม่ หรือจะมีพลิกโผกันแบบตกตะลึงตาค้าง ต่อให้มีเสียงด่ามากแค่ไหน เวิร์คพ้อยท์ ก็ทนได้ 

                    ถือเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งยวดของเวิร์คพ้อยท์ ที่น่าคารวะเสียนี่กระไร กับการทำรายการที่แค่เอานักร้อง หรือคนดังมาใส่หน้ากากหลากหลายแล้วร้องเพลง จนทำให้มีคนติดตามทั้งทางทีวี ทางโซเชียลมีเดีย แบบถล่มทลายทำหลายสถิติเกมโชว์ก่อนหน้า แบบไม่เห็นฝุ่น แถมยังเป็นรายการที่ถูกใจคนไทยอีกต่างหาก ดูกันได้ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทุกเพศ ทุกวัย เพราะใครๆ ก็อยากจะรู้ว่าใต้หน้ากากนั้นคือคนที่ใช่ นักร้องที่ชอบหรือเปล่า ไม่ต้องดูอะไรมาก แค่โฆษณาคั่นเวลาที่มากมาย ขนาดเปลี่ยนช่องไปดูช่องอื่นกลับมาโฆษณาก็ยังไม่หมด ก็รู้แล้วว่ารายการนี้ได้รับความนิยมมากแค่ไหน ขนาดราคาโฆษณาสูงถึง 3 แสน-3.5 แสนบาทต่อนาที ก็ไม่หวั่น และมีการประเมินกันด้วยว่า เวิร์คพ้อยท์น่าจะมีรายได้จากรายการนี้เกือบๆ 300 ล้านบาท สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ กว่ารายการไหนๆ ที่เคยทำมา  นี่เพียงแค่ซีซั่นแรกเท่านั้นนะ ไม่ต้องพูดถึงซีซั่นต่อๆไป ที่ราคาน่าจะปรับขึ้นไปอีก และจะส่งผ่านไปยังรายได้ กำไรของเวิร์คพ้อยท์ หรือ WORK ให้เติบโตได้ดีที่สุดในปีนี้ หลังจากประมูลทีวีดิจิทัลมาเมื่อปลายปี 2556    
                    เวลาเปลี่ยน พฤติกรรมของผู้ชมรายการทีวีปัจจุบันก็เปลี่ยน ไม่ได้ยึดติดแต่กับการดูละครแบบเดิมๆ รายการเดิมๆ หรือแม้แต่กำหนดเวลาออกอากาศว่า ช่วงเวลาไพร์มไทม์ หรือเวลาหลังข่าวของบ้านเรานั้นจะต้องเป็นละครเสมอไป เพราะ The Mask Singer ฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิมกระจุยกระจาย แถมปัจจุบันสังคมดิจิทัลมีอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ดูละครย้อนหลังได้ทุกช่องทาง จึงไม่จำเป็นอีกแล้วที่ต้องเฝ้าหน้าจอทุกครั้งเหมือนก่อน 

                     นี่คือความสำเร็จของรายการ The Mask Singer และเหนือกว่าความสำเร็จของ The Mask Singer ก็คือเวิร์คพ้อยท์ และทีมงานครีเอทีฟรายการนี้นั่นเอง  .... ไม่เขียนไม่ได้จริงๆ ไม่งั้นตกเทรนด์  


RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh