บทบรรณาธิการ

| 10 มีนาคม 2560

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

รับมือเฟดขึ้นดอกเบี้ย

      ค่อนข้างจะแน่นอนเกือบ 100% แล้วว่าการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ในวันที่ 14-15 มีนาคมนี้ นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดจะประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% จากปัจจุบันที่ระดับ 0.50-0.75%  หลังจากแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ดีขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะล่าสุดตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่เพิ่มขึ้น 298,000 ตำแหน่ง สูงสุดนับแต่เดือนเมษายนปี 2014 หลังจากเพิ่มขึ้น 261,000 ตำแหน่งในเดือนก่อนหน้า ซึ่งแนวโน้มนี้ก็แสดงให้เห็นได้จากแรงขายหุ้นของนักลงทุนในตลาดหุ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นบ้านเราที่มีแรงขายของนักลงทุนต่างชาติติดต่อกันตั้งแต่ต้นสัปดาห์นี้เลยทีเดียว 

      อย่างไรก็ดี เชื่อว่าหลังจากการประชุมจบลงในสัปดาห์หน้า ก็เชื่อว่าแรงขายของนักลงทุนจะชะลอลงไปได้ และที่แน่ๆ คงต้องกลับมาลุ้นเรื่องนโยบายที่เป็นรูปธรรมของโดนัลด์ ทรัมป์ กันต่อว่าหลังประกาศเรียบร้อยแล้ว จะทำจริง ทำแน่ๆ และทำได้ดีแค่ไหน เพราะหากดีแต่พูด ก็คงไม่พ้นทำให้นักลงทุนผิดหวังและขายหุ้นออกมาอีกครั้ง และเท่าที่ทราบมาการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดคราวนี้หากขึ้นจริงก็คงทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์เคืองไม่น้อย เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่านโยบายขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเป็นศัตรูกับนโยบายของทรัมป์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การดำเนินนโยบายการเงินของเฟดแยกอย่างสิ้นเชิงกับการบริหารของรัฐบาลอยู่แล้ว และก็ตามที่นางเยลเลน เคยบอกหากเศรษฐกิจดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อตัวเลขจ้างงานดีขึ้น เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งการประชุมคราวนี้ ก็เป็นไปตามเกณฑ์ที่ต้องขึ้นดอกเบี้ยตามที่บอกเอาไว้ 
        ทั้งนี้ทั้งนั้น หลังจากขึ้นดอกเบี้ย ก็คงจต้องประเมินสถานการณ์ในส่วนของตลาดเงินกันด้วย ว่าจะผันผวนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเชื่อว่าบรรดาธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยูโรโซน จีน ญี่ปุ่น รวมถึงไทย คงเตรียมพร้อมและรับมือกับการความเคลื่อนไหวของเงินทุนไหลออกกันแล้ว โดยธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติยืนยันแล้วว่าจะไม่เป็นแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายการเงินของไทย และไม่ทำให้เงินบาทอ่อนค่ามากนัก เนื่องจากยังดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยยังเกินดุลในระดับสูง โดยแบงก์ชาติได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

        เพราะฉะนั้น การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดครั้งนี้น่าจะส่งผลระทบเพียงแค่ระยะสั้นมากกว่า ผ่านวันที่ 16 มีนาคมไปแล้ว บรรยากาศการลงทุนน่าจะดีขึ้น 


RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh