บทบรรณาธิการ

| 23 ธันวาคม 2559

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

ดราม่ารถเมล์เอ็นจีวี ... ถ้าต้องประมูลใหม่รอบ 3

          ในที่สุดเราก็ยังไม่ได้นั่งรถเมล์เอ็นจีวีใหม่กันเสียที เพราะจนแล้วจนรอดคดีสำแดงนำเข้ารถเมล์ของเบสท์ริน ที่ถูกกรมศุลกากรกักรถไว้ก่อนหน้านี้ ก็ทำท่าจะลากยาว ว่าจะยกเลิกสัญญากับทางบริษัทเบสท์ริน ผู้ชนะประมูลรถแมล์เอ็นจีวีจาก ขสมก. จำนวน 489 คันหรือไม่ จะว่ากันไปแล้วก่อนหน้านี้ การประมูลรถเมล์เอ็นจีวีมีปัญหาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ครั้งที่ บริษัท ช.ทวี เป็นผู้ชนะประมูลครั้งแรก แต่ก็ถูกทาง

        เบสท์รินฟ้องร้องเรื่องของความโปร่งใส จนทำให้ ขสมก. สั่งยกเลิกประมูลรถเมล์เอ็นจีวี ในครั้งนั้น แล้วเปิดประมูลใหม่ ซึ่งเอกชนหลัก 2 รายที่เข้ามาประมูลก็ยังคงเป็น บริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป และ ช.ทวี จำกัด (มหาชน) แต่รอบนี้กลายเป็นเบสท์ริน ที่มาแรงแซงทางโค้งชนะประมูลไปด้วยการเสนอราคาประมาณ 3,300 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 4000 ล้านบาท ไปประมาณ 600 กว่าล้านบาท
           อย่างไรก็ดีเรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะ ช.ทวี ผู้แพ้ประมูลรอบนี้ ยื่นหนังสือคัดค้านไปที่สำนักตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. และ ขสมก. โดยมีข้อสงสัยว่า เบสท์รินทำผิด TOR โดยแจ้งบัญชีทรัพย์สินไม่ถูกต้องครบถ้วน โดยเฉพาะประเด็นค้างจ่ายภาษีที่ไม่ได้รายงานในงบการเงิน ซึ่งประเด็นนี้ ทาง สตง. ได้เตือนไปทาง ขสมก. ตามที่ ช.ทวี ท้วงติงมา แต่ดูเหมือนประเด็นนี้จะตกไปและไม่ได้รับการตอบรับ เพราะ ขสมก. นั่งยัน นอนยัน และยืนยัน ให้เบสท์รินชนะประมูล โดยอ้างประเด็นว่าเบสท์รินเสนอราคาต่ำ เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และไม่ติดแบล็คลิสต์ ทั้งๆที่การท้วงติงมันคนละประเด็นกัน ดังนั้นข้อสงสัยของ ช.ทวี จึงตกไป
           แต่ดูเหมือนเส้นทางการประมูลรถเมล์เอ็นจีวี คงจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แถมยังขรุขระอีกต่างหาก เพราะรถเมล์ที่เบสท์รินสั่งซื้อถูกกรมศุลกากรสั่งอายัติ หลังจากรถมีการนำเข้ามาจากประเทศจีนทำให้ขัดกับร่างขอบเขตของงานโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีหรือทีโออาร์ของ ขสมก. ซึ่งกำหนดให้นำเข้ามาเลเซีย จนกลายเป็นเรื่องราวที่ทำให้เบสท์รินต้องเสียค่าปรับให้กับกรมศุลกากร เพื่อนำรถออกมาส่งมอบให้กับ ขสมก. มิฉะนั้นแล้วบริษัทฯจะถูกปรับ หรืออาจจะทำให้ถูกยกเลิกสัญญา กลายเป็นเรื่องโอละพ่อ ดราม่าที่ป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่า เบสท์รินจะส่งมอบรถ 489 คันได้ทันตามเวลาหรือไม่
           ใครถูก ใครผิด เราคงไม่ต้องบอก เพราะจากเรื่องราวที่เห็น ก็น่าจะรู้ว่างานนี้ หน่วยงานรัฐคือ ขสมก. น่าจะรับไปเต็มๆ ตั้งแต่ยกเลิกการประมูลรอบแรก โดยอ้างเพื่อตรวจสอบความดปร่งใสอีกครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นผู้ชนะประมูลคือ ช.ทวี ดูจะทำถูกหลักการกว่ากรณีเบสท์รินที่ชนะประมูลคราวนี้เสียด้วยซ้ำ และรู้ทั้งรู้จากหนังสือท้วงติงกรณีบัญชีทรัพย์สินของเบสท์ริน อาจไม่ถูกต้องโดยเฉพาะเรื่องประเด็นภาษี แต่ ขสมก. กลับไม่ยอมเข้าไปตรวจสอบ ยืนยันให้เอกชนรายนี้ชนะประมูล จนในที่สุดก็เกิดประเด็นร้อนเรื่องการสำแดงภาษีผิด ทำให้รถเมล์ที่นำเข้ามาโดนกัก แล้วคนที่เดือดร้อนก็คือ ขสมก.เอง เพราะไม่สามารถนำรถออกมาให้บริการกับประชาชนตามที่กำหนดไว้ในปลายปีนี้
           จริงๆ แล้วในฐานะหน่วยงานของรัฐฯ ท่านควรจะต้องระมัดระวัง และตรวจสอบคุณสมบัติของเอกชนที่จะเข้ามาประมูลละเอียดแล้วหรือไม่ เพราะอย่าลืมว่านี่ไม่ใช่การประมูลครั้งแรกสำหรับรถเมล์เอ็นจีวี การล้มประมูลครั้งแรกก่อนหน้าก็ทำให้โครงการล่าช้าออกไปแล้วครั้งหนึ่ง แม้ประมูลรอบใหม่จะผ่านไปได้ด้วยดี แต่ก็ดูเหมือน ขสมก. ต้องการปิดดีลคราวนี้ให้จบ จนไม่รับฟังการท้วงติง หรือการตรวจสอบจากเอกชน แม้แต่ สตง. ที่ก็ตั้งข้อสังเกตุไว้ แล้วในที่สุดปัญหาของเบสท์ริน ก็เป็นเรื่องวุ่นๆ หนีไม่พ้นประเด็นภาษี แม้ล่าสุดบริษัทจะยอมจ่ายค่าปรับและยอมรับผิด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ ขสมก. จะไม่รับผิดชอบ และหากกรณีที่
           ขสมก. ต้องยกเลิกสัญญากับเบสท์รินในอนาคตหรือไม่นั้น ก็เป็นสิ่งที่ ขสมก. ต้องออกมาชี้แจงแถลงไขถึงความหละหลวมในการประมูล จนทำให้โครงการล่าช้าออกไปอีกถ้าต้องเลิกสัญญา แล้วประมูลใหม่ ทั้งที่โครงการประมูลนี้อยู่ในข้อตกลงสัญญาคุณธรรมเสียด้วย แต่บริษัทที่ชนะประมูลกลับมีปัญหาด่างพร้อยไปเรียบร้อยแล้ว มันใช่หรือ???
           ทั้งนี้ล่าสุด เครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ ยังได้ยื่นหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้สอบอายัดทรัพย์สิน และดำเนินคดีอาญาผู้ที่เกี่ยวข้องกรณีนำรถเมล์เอ็นจีวี ทั้งบริษัท เบสท์ริน และ บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า ซึ่งหาก ปปง. ตรวจสอบว่ามีความผิดจริงก็รับประกันซ่อมฟรีว่า งานนี้ลากยาวอีกแน่นอน แล้ว ขสมก. จะว่าอย่างไร?


RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh