สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

บทความแนะนำ

| 3 กรกฎาคม 2561

คลังกระอัก พอร์ตหุ้นครึ่งปีแรกทรุดฮวบ 5.9 หมื่นลบ.

คลังกระอัก พอร์ตหุ้นครึ่งปีแรกทรุดฮวบ 5.9 หมื่นลบ.

 ตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงอย่างหนัก จากความความกังวลสงครามการค้าสหรัฐและจีนที่สร้างความตึงเครียดให้กับนักลงทุน รวมไปถึงกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ออกมาส่งสัญญาณว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้มากกว่า 2 ครั้ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย รวมถึงไทยได้รับผลกระทบไปตามๆกัน สะท้อนจาก หุ้นไทย ณ 29 มิถุนายน 2561 ปิดตลาดที่ 1,595.58 จุด ซึ่งเป็นดัชนีที่หลุดระดับ 1,600 จุดมาเป็นที่เรียบร้อย

    ผลกระทบของตลาดหุ้นที่ลดลงมาอย่างหนัก ส่งผลต่อพอร์ตการลงทุนหุ้นของกระทรวงการคลังเช่นกัน เพราะจากที่ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยรวบรวมข้อมูลมา พบว่าหุ้นที่กระทรวงการคลังมีอยู่ทั้ง 10 บริษัทไม่ว่าจะเป็น 1.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT 2.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT 3.บริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP 4. บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT 5.บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI 6.ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB
    7.บริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC 8.บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ NEP 9.บริษัท ผาแดงอินดัสที จำกัด (มหาชน) หรือ PDI และ 10.บริษัท โรงพยาบาลราชพฤกษ์ จำกัด (มหาชน) หรือ RPH (สิ้นสุด 29 มิ.ย.61 เทียบกับ 29 ธ.ค.60 )มูลค่าหุ้นในพอร์ตหายไปแล้วเกือบ 5.9 หมื่นล้านบาท
    ทั้งนี้หากลองดูมุมมองของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ จะให้ความสนใจกับหุ้น 5 บริษัทเท่านั้น คือ PTT- AOT-BCP- THAI และ TMB โดยส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นว่า หุ้นดังกล่าวมีแนวโน้มที่ผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง

 

1.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT

 

29 ธันวาคม 2560

29 มิถุนายน 2561

จำนวนหุ้น

1,459,885,575 หุ้น

(51.11%)

1,459,885,575 หุ้น

(51.11%)

ราคา

44 บาท

48 บาท

มูลค่า

64,234 ล้านบาท

70,074 ล้านบาท

รวม

 

เพิ่มขึ้น 5,839 ล้านบาท

หรือประมาณ 9.09%

บริษัท หลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด มีมุมมองว่า ปีนี้ยังเป็นปีที่ดีของ PTTจากภาพรวมของราคาน้ำมันและราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ปรับดีขึ้น อิงกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และการควบคุมซัพพลายของจีน และคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2 จะเติบโตใกล้เคียงกับไตรมาสแรก และยังคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2 จะอยู่ที่ระดับ 40,000 ล้านบาท โดยผลบวกหลักเกิดจากราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ราคาดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้า โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 66.40 บาท อิงค่า EV/EBITDA 7 เท่า

 

2.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT

วัน/เดือน/ปี

29 ธันวาคม 2560

29 มิถุนายน 2561

จำนวนหุ้น

10,000,000,000 หุ้น

(70%)

10,000,000,000 หุ้น

(70%)

ราคา

68 บาท

63 บาท

มูลค่า

680,000  ล้านบาท

630,000 ล้านบาท

รวม

 

ลดลง 50,000 ล้านบาท

หรือประมาณ -7.35%

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)  เปิดเผยว่าราคาหุ้น AOT ที่ปรับลดลงมา 6.5% ตามสภาพตลาดหุ้นที่ปรับลดลง 7.3% แต่เชื่อว่าปีนี้ กำไรปกติน่าจะเติบโตดีต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน ตามจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น รวมถึงโครงการสุวรรณภูมิเฟส 2 ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 เพิ่มศักยภาพรองรับผู้โดยสารค่อนข้างมาก  ประเมินมูลค่าเหมาะสม ณ ปี 2561 ที่ 92 บาท 

3.บริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP

วัน/เดือน/ปี

29 ธันวาคม 2560

29 มิถุนายน 2561

จำนวนหุ้น

137,442,767 หุ้น

(9.98%)

137,442,767 หุ้น

(9.98%)

ราคา

40.75 บาท

32 บาท

มูลค่า

5,600 กว่าล้านบาท

5,550 กว่าล้านบาท

รวม

 

ลดลง 50 กว่าล้านบาท

หรือประมาณ -0.90%

 

    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส จำกัด มีมุมมองต่อ BCP  ว่าแนวโน้มกำไรไตรมาส 2 ยังคงอ่อนแอ และในไตรมาสนี้มีการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น 45 วันจึงคาดว่ากำไรจะอ่อนลง และคาดว่าค่าการกลั่นยังคงอ่อนแอ เพราะราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าจะมีกำไรดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ทั้งนี้ให้สมมติฐานปริมาณการผลิตที่ 101 kbd ช่วงปิดซ่อมบำรุงในไตรมาส 2 และเพิ่มเป็น 106 kbd ในช่วงที่เหลือของปีนี้ นอกจากนี้ยังมีมุมมองว่า ปีนี้คาดการณ์กำไรจะลบ 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และกลับมาเป็นบวก 10% ในปี 2562 ดังนั้นจึงถือว่า BCP ถือเป็นหุ้น Value Play ในกลุ่มพลังงาน ให้ราคาเป้าหมาย 40 บาท 

4. บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI

วัน/เดือน/ปี

29 ธันวาคม 2560

29 มิถุนายน 2561

จำนวนหุ้น

1,113,931,061 หุ้น

(51.03%)

1,113,931,061 หุ้น

(51.03%)

ราคา

17.30 บาท

12.60 บาท

มูลค่า

19,271 กว่าล้านบาท

14,035 กว่าล้านบาท

รวม

 

ลดลง 5,235 กว่าล้านบาท

หรือประมาณ -27.16%

 

    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส เปิดเผยว่าได้ปรับราคาพื้นฐานปีนี้ของ THAI มาอยู่ที่ 15.35 บาท จากเดิมที่ 14 บาท โดย THAI ปีนี้ มีแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยจะเน้นการบริหารเพื่อเพิ่มรายได้ และคาดว่าผลตอบแทนจะสูงขึ้นในปีนี้ จากการเน้นเส้นทางภูมิภาคและต่างประเทศมากขึ้น 

 

5.ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB

วัน/เดือน/ปี

29 ธันวาคม 2560

29 มิถุนายน 2561

จำนวนหุ้น

11,364,282,005 หุ้น

(25.92%)

11,364,282,005หุ้น

(25.92%)

ราคา

3.02 บาท

2.30 บาท

มูลค่า

34,320 กว่าล้านบาท

26,137 กว่าล้านบาท

รวม

 

ลดลง 8,182 กว่าล้านบาท

หรือประมาณ -23.84%

 

    บริษัท หลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ได้ประเมินว่า กำไรไตรมาส 2/2561 ของ TMB  ยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่สินเชื่อ 5 เดือนแรก โตเพียง 0.6% ซึ่งยังห่างจากเป้าหมายสินเชื่อทั้งปีที่คาดว่าจะเติบโต 8-10% แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน บริษัทยังคงประมาณกำไรปีนี้ไว้ที่ 10,000 ล้านบาท หรือ เติบโต 15% จากปีก่อน และยังปรับราคาเป้าหมายลง  โดยจากการประเมิน บริษัทได้ปรับ Long Term ROE ลงจาก 11.2% มาอยู่ที่ 10.7% ซึ่งเท่ากับปีก่อน ส่วนราคาเป้าหมายคาดว่าจะอยู่ที่ 2.85 บาท  

      ในขณะที่หุ้น 5 บริษัทที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็น MCOT -  MFC -  NEP -  FPI ล้วนปรับลดลงทั้งสิ้น มีเพียง RPH ที่ราคาปรับตัวขึ้นแต่เพียงตัวเดียวเท่านั้น 

 

6.บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT

วัน/เดือน/ปี

29 ธันวาคม 2560

29 มิถุนายน 2561

จำนวนหุ้น

452,134,022  หุ้น

(65.80%)

452,134,022 หุ้น

(65.80%)

ราคา

11.60 บาท

9.15 บาท

มูลค่า

5,244 กว่าล้านบาท

4,137 กว่าล้านบาท

รวม

 

ลดลง 1,107 กว่าล้านบาท

หรือประมาณ -21%

 

7.บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC

วัน/เดือน/ปี

29 ธันวาคม 2560

29 มิถุนายน 2561

จำนวนหุ้น

20,000,000 หุ้น

(15.92%)

20,000,000 หุ้น

(15.92%)

ราคา

16.20 บาท

15 บาท

มูลค่า

324 ล้านบาท

300 ล้านบาท

รวม

 

ลดลง 24 ล้านบาท

หรือประมาณ -7.40%

 

8.บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ NEP

วัน/เดือน/ปี

29 ธันวาคม 2560

29 มิถุนายน 2561

จำนวนหุ้น

295,847,860 หุ้น

(12.72%)

295,847,860 หุ้น

(12.72%)

ราคา

0.44 บาท

0.41 บาท

มูลค่า

130 ล้านบาท

121 ล้านบาท

รวม

 

ลดลง 8.8 ล้านบาท

หรือประมาณ -6.81%

 

9.บริษัท ผาแดงอินดีสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ PDI

วัน/เดือน/ปี

29 ธันวาคม 2560

29 มิถุนายน 2561

จำนวนหุ้น

31,200,000 หุ้น

(13.81 %)

31,290,000 หุ้น

(13.81 %)

ราคา

16.20 บาท

16.60 บาท

มูลค่า

702 ล้านบาท

517 ล้านบาท

รวม

 

ลดลง 184 ล้านบาท

หรือประมาณ -26 %

 

10.บริษัท โรงพยาบาลราชพฤกษ์ จำกัด (มหาชน) หรือ RPH

วัน/เดือน/ปี

29 ธันวาคม 2560

29 มิถุนายน 2561

จำนวนหุ้น

14,700,000 หุ้น

(2.69%)

14,700,000 หุ้น

(2.69%)

ราคา

4.76 บาท

4.84 บาท

มูลค่า

69.9 ล้านบาท

71.14 ล้านบาท

รวม

 

เพิ่มขึ้น 1.17 ล้านบาท

หรือประมาณ 1.68%

ทั้งนี้หากรวมหุ้นทั้ง 10 บริษัทที่กระทรวงการคลังถืออยู่ พบว่าครึ่งปีที่ผ่านมา มูลค่าลดลงไปเกือบ 5.9 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 7%  จากช่วงสิ้นปี 2560  ดังนี้  

หุ้น

มูลค่าเดิม

มูลค่าใหม่

เปลี่ยนแปลง

%

1.PTT

64,234 ลบ.

70,074 ลบ.

 5,839 ลบ.

+9.09%

2.AOT

680,000 ลบ.

630,000 ลบ.

- 50,000 ลบ.

-7.35%

3.BCP

5,600 ลบ.

5,550 ลบ.

-50.62 ลบ.

-0.90%

4.THAI

19,271 ลบ.

14,035 ลบ.

- 5,235 ลบ.

-27.16%

5.TMB

34,320 ลบ.

26,137 ลบ.

-8,182 ลบ.

-23.84%

6.MCOT

5,244 ลบ.

4,137 ลบ.

- 1,107 ลบ.

-21%

7.MFC

324 ลบ.

300 ลบ.

- 24 ลบ.

-7.40%

8.NEP

130 ลบ.

121 ลบ.

- 8.8 ลบ.

-6.81%

9.PDI

702 ลบ.

517 ลบ.

-184 ลบ.

-26%

10.RPH

69 ลบ.

71 ลบ.

 1.1 ลบ.

+1.68%

รวม

809,897 ลบ.

750,945 ลบ. 

 - 58,952 ลบ.

-7.27%

 

โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย 

บทความแนะนำ ล่าสุด

ดูบทความทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh