สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

บทความแนะนำ

| 23 พฤษภาคม 2561

TFEX ก้าวสู่ปีที่ 13 … เล็งส่ง Stock Options เสริมสภาพคล่อง

TFEX ก้าวสู่ปีที่ 13 … เล็งส่ง Stock Options เสริมสภาพคล่อง

    เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ครบรอบ 12 ปีเต็ม ซึ่งภาพรวมของยอดซื้อขายในตลาดแห่งนี้ พบว่าอัตราเติบโตขึ้นทุกปี โดยเป็นไปในทิศทางเดียวกับภาวะตลาดหุ้นที่ผันผวน ส่งผลให้การซื้อขายใน TFEX เป็นไปอย่างอย่างคึกคัก เนื่องจากตลาดสามารถเก็งกำไรได้ทั้งฝั่งขาขึ้น และขาลง 
 

    ดร. รินใจ ชาครพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย”  ว่าตอนนี้ TFEX มีสินค้าทั้งหมด 9 ประเภทลงทุน ครอบคลุมอนุพันธ์ด้านตราสารทุน ดอกเบี้ย สินค้าโภคภัณฑ์ สินค้าเกษตร ซึ่งในส่วนปริมาณการซื้อขายสิ้นสุดปีก่อนอยู่ที่ 79 ล้านสัญญา/ปี หรือ 3.2 แสนสัญญา/วัน ด้านสถานะคงค้าง 2.8 ล้านสัญญา ด้านนักลงทุนเริ่มมีความเข้าใจในตลาด TFEX มากขึ้น จึงหันมาใช้ตลาดนี้เพื่อเก็งกำไร ซึ่งปัจจุบันปริมาณการซื้อขายสินค้า TFEX เฉลี่ยซื้อขายอยู่ที่ 4.7 แสนสัญญา/วัน มีบัญชี TFEX รวมปัจจุบัน 1.5 แสนบัญชี 
 และในปีนี้ TFEX เน้นการพัฒนากฎเกณฑ์ในสินค้าเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้า  Index Optionsที่ตลาดเตรียมผลักดันการเติบโตทุกช่องทางจากที่ซบเซามานาน โดยเฉพาะการขยายฐานลงทุนด้วยโปรแกรมใหม่ เพื่อปูทางเพื่อนำ Stock Options เข้ามาซื้อขายเป็นสินค้าลำดับถัดไป   
 
***SET50 Futures ,Single Stock ,Gold Futures ยังเป็นท็อป 3 ใน TFEX 
       สินค้าทั้ง 3 ตัวดังกล่าวมีสภาพคล่องที่โดดเด่นมากที่สุด โดยมียอดปริมาณการซื้อขายถึง 90% ในสินค้า TFEX ทั้งหมด อย่างไรก็ตามภาพรวมของปีก่อนตลาด TFEX อาจตกลงบ้าง ตามภาวะตลาดหุ้น แต่เมื่อเปิดตลาดซื้อขายในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้ ปริมาณการซื้อขาย SET50 Futures ซื้อขายเฉลี่ย 1.7 แสนสัญญา/วัน ด้าน Single Stock Futures ซื้อขายเฉลี่ย 2.7 แสนสัญญา/วัน 
 ส่วนสินค้า Gold Futures ยังคงได้รับความนิยมหลังจากปีก่อนขยายเวลาการซื้อขายช่วงภาคค่ำถึง 23.55 น. ซึ่งในปัจจุบันนักลงทุนส่วนใหญ่ลงทุนช่วงภาคค่ำกว่า 40% เพราะตลาดลอนดอนเปิดและตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศประกาศในช่วงค่ำ ส่วนกลางวันสามารถอ้างอิงราคาได้ในตลาดเอเชีย

*** เปิดใช้หุ้นวางมาร์จิ้น ใน Single Stock Futures  
     เมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา TFEX ได้ร่วมกับบริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด (TCH) เปิดบริการใหม่ที่เรียกว่า “Non-Cash Collateral” โดยให้ผู้ลงทุนสามารถใช้สินทรัพย์อื่นนอกเหนือจากเงินสด ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย และหุ้น มาวางเป็นมาร์จิ้นหรือหลักประกันร่วมกับเงินสดได้ ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกและความคล่องตัวให้แก่ผู้ลงทุนที่ซื้อขายใน TFEX รวมถึงจะช่วยลดต้นทุนบางส่วนของผู้ลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตลงทุนได้ดียิ่งขึ้น 
    โดยช่วงแรกของการให้บริการจะจำกัดเฉพาะหุ้นที่เป็นสินค้าอ้างอิงของ Stock Futures โดยหลักการใช้ Non-Cash Collateral สินทรัพย์ที่ผู้ลงทุนนำมาวางจะถูกทำการ Hair Cut หรือปรับลดมูลค่า เนื่องจากสินทรัพย์ดังกล่าวจะมีมูลค่าเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะตลาด และสินทรัพย์แต่ละชนิดก็มีสภาพคล่องในการเปลี่ยนเป็นเงินสดไม่เท่ากัน นอกจากนั้น ผู้ลงทุนจะไม่สามารถใช้ Non-Cash Collateral มาเป็นมาร์จิ้นได้ทั้งหมด โดยมีเงินสดเป็นส่วนหนึ่งของมาร์จิ้นด้วย เพื่อรองรับการคำนวณผลกำไรขาดทุนรายวัน (Mark-to-Market) ซึ่งมีโบรกเกอร์มาใช้บริการหลายรายแล้ว
    นอกจากนี้เกณฑ์ซื้อขายสินค้า SSF มีหุ้นอ้างอิงจำนวน 93 ตัว โดยใช้หุ้นอ้างอิงในกลุ่ม SET100 ซึ่งเป็นหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท แต่ในปัจจุบันหุ้นที่มีมูลค่ามากกว่าระดับดังกล่าวมีจำนวนมากถึง 140-150 ตัว ซึ่งมากกว่าใน SET100 ตลาด TFEX จึงอยากขยายเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อเลือกหุ้นที่มีสภาพคล่องเข้ามาเป็นทางเลือกในการซื้อขายเพิ่มมากขึ้น โดยเกณฑ์ดังกล่าวอยู่ในระหว่างรวบรวมข้อมูลและเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) 

*** เล็งกระตุ้นSETIndex Options ต่อยอดถึง  Stock Options 
    ปีนี้สินค้าที่กำลังพัฒนาและผลักดันคือ SETIndex Options ซึ่งอยากเน้นและขยายตลาดให้เติบโตด้วยการปรับปรุงสภาพคล่อง และอาจเห็นโปรแกรมที่สนับสนุนสินค้าดังกล่าวเพิ่ม พร้อมเพิ่มผู้ดูแลสภาพคล่องจากปัจจุบันอยู่ที่ 3 ราย เพราะปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ทำธุรกิจแบบมาร์เก็ตเแมกเกอร์ และเมื่อศึกษาจากตลาดต่างประเทศพบว่าสินค้า Options ไม่ว่าจะเป็น Index Options หรือ Stock Options ในประเทศที่ตลาดพัฒนาแล้วมักประสบความสำเร็จมาก และเป็นสินค้าสำคัญที่ทำให้ตลาดอนุพันธ์เติบโตขึ้นไป โดยในตลาด TFEX สินค้า Options เปิดตัวมาตั้งแต่ปีที่ 2 ของตลาด TFEX เกิด แต่ตอนนั้นมองว่าอาจเป็นเพราะช่วงเวลาที่ยังไม่เหมาะสม นักลงทุนไม่เข้าใจ 
    แต่ตอนนี้สินค้าดังกล่าวเกิดมากว่า 10 ปี ภาพรวมของนักลงทุนเริ่มเข้าใจมากขึ้น ซึ่งการซื้อขายเฉลี่ยในปีก่อนขยับขึ้นมาแตะ 7,000 สัญญา/วัน เมื่อเทียบกับช่วงแรกมีเพียง 200 สัญญา/วัน โดยนักลงทุนใน  SET50 Futures เองเริ่มหันมาสนใจใน SET50 Options ด้วย ด้านนักลงทุนที่เคยลงทุนอย่างอื่นในต่างประเทศแล้วกลับมาไทย ส่วนใหญ่อยากซื้อขาย Options เพราะมีความเข้าใจสินค้าอย่างดี  
    “ หากสินค้า Index Options มีปริมาณการซื้อขายเข้ามาเป็นหลักหมื่นสัญญา ตลาด TFEX อาจผลักดันสินค้า Optionsตัวอื่นต่อ อาทิ Stock Options โดยนักลงทุนใน SET50 Futures เริ่มลงทุนคล่องแล้วและเริ่มมาลงทุนใน Options อาจอยากลงทุน Options ประเภทอื่นๆ เพิ่ม ซึ่งจะทำให้การลงทุนสินค้าต่างๆสมบูรณ์มากขึ้น  “ ดร.รินใจกล่าว

***อัดมาร์เก็ตแมกเกอร์  หนุนยางแผ่นรมควันชั้น 3  
    สำหรับสินค้ายางพาราล่วงหน้ายอมรับว่าปัจจุบันปริมาณการซื้อขายยังน้อย แต่ TFEX อยู่ในระหว่างเพิ่มผู้ดูแลสภาพคล่องอีก 2 ราย นอกจากนี้ TFEX ยังคงเข้าไปคุยกับผู้ประกอบการในต่างจังหวัด โดยเอาสินค้าไปเสนอ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี  โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ ซื้อขายในตลาดล่วงหน้าต่างประเทศด้วย อาทิ ตลาดสิงคโปร์และญี่ปุ่น ดังนั้นเมื่อปริมาณการซื้อขายในตลาด TFEX เกิดขึ้นจากนี้จะมีรายย่อยเข้ามา แต่ในช่วงแรกที่จะเข้ามาต้องมีความเข้าใจในตัวสินค้าก่อน 
    ด้านสินค้า USD Futures รุกให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการว่าสามารถใช้สินค้านี้ในการซื้อขายสินค้ากับตลาดต่างประเทศได้  อาทิ กลุ่มผู้ส่งออกนำเข้ารายเล็ก ซึ่งปกติกลุ่มเหล่านี้ใช้ช่องทางธนาคารเพื่อลดความเสี่ยงอยู่แล้ว แต่ TFEX เข้าไปชักชวน และให้ความรู้ความเข้าใจว่ามีสินค้าชนิดนี้ในตลาดด้วย 
    " TFEX ยังตอบโจทย์กลุ่มที่บริหารความเสี่ยง สร้างกำไร สถาบันป้องกันความเสี่ยง และกลุ่ม POP treader ซึ่งเราปรับเกณฑ์สินค้า และปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิท ธิภาพมากขึ้น ช่วยทำให้ง่ายเร็ว ทำให้คนมาใช้งานของเราได้เพิ่ม " ดร.รินใจกล่าว 

การซื้อขายของตลาดอนุพันธ์ 10 อันดับแรกในปี 2560

อันดับ

Exchange

ปริมาณการซื้อขาย (ล้านสัญญา)

2560

2559

%การเติบโต

1

CME Group

4089

3942

3.70%

2

National Stock Exchange of India

2465

2119

16.30%

3

Intercontinental Exchange

2125

2038

4.30%

4

CBOE Holdings

1810

1633

10.90%

5

B3

1809

1487

21.70%

6

Nasdaq

1677

1576

6.40%

7

Eurex

1676

1727

-3.00%

8

Moscow Exchange

1585

1950

-18.70%

9

Shanghai Futures Exchange

1364

1681

-18.80%

10

Dalian Commodity Exchange

1101

1537

-28.40%

26

Thailand Futures Exchange

79

70

13.50%

ข้อมูล: Futures Industry Association (FIA)

        ตลาดTFEX เปิดตัวมา 12 ปี แต่เมื่อเทียบกับตลาดอนุพันธ์ในตลาดโลก ยังอยู่ในลำดับ 26 ของโลก ซึ่งเมื่อเทียบกับ20 อันดับแรก TFEX จะต้องทำปริมาณการซื้อขายให้ได้มากกว่า 200 ล้านสัญญา/ปี หรือหากจะเป็น10 อันดับแรก จะมีปริมาณการซื้อขายกว่า 1,000 ล้านสัญญา/ปี 
     หากมองจากตัวเลขดังกล่าว ถือว่าเป็นกำแพงที่สูงมากที่ TFEX จะก้าวข้ามไป เนื่องจากหลายปัจจัยที่เป็นตัวถ่วง ทั้งจำนวนนักลงทุนของไทยเอง ที่ยังเข้าถึงรูปแบบการลงทุนในตลาดล่วงหน้า - อนุพันธ์จำนวนจำกัด ความรู้ในการลงทุนรูปแบบต่างๆ และทัศนคติที่มีต่อตลาด TFEX ที่ตลาดจะต้องทำไปพร้อมกันทั้งหมดควบคู่กับการเพิ่มสินค้าใหม่ที่ตรงจริตกับนักลงทุนไทยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ก้าวที่ 13 และก้าวต่อๆ ไปของ TFEX เติบโตไปกับตลาดหุ้นและนักลงทุนไทยอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง 

By. ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

บทความแนะนำ ล่าสุด

ดูบทความทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh