บทความแนะนำ

| 15 มกราคม 2561

นายแบงก์เข่าทรุด!! มาตรฐานบัญชีใหม่ ทำตั้งสำรองเพิ่ม ห่วงฉุดกำไรทั้งกลุ่ม

        หากพูดถึงการทำธุรกิจของกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะพบว่าสิ่งที่เป็นอุปสรรค นอกจากภาวะเศรษฐกิจแล้ว สิ่งที่กดดันต่อผลประกอบการของธนาคารตอนนี้หนีไม่พ้น “กฎเกณฑ์” จากทางธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ที่ออกมาใช้ควบคุม ดูแล การทำธุรกิจของ ธนาคารมากขึ้น ที่ผ่านมาธนาคารถูกมองว่าเอาเปรียบลูกค้า กอบโกยรายได้ สร้างกำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำ และอาจมีความหละหลวมในการปล่อยกู้จนนำไปสู้ความผิดพลาด และ สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจประเทศได้
  ที่ผ่านมา เราจะได้ยิน มาตรฐานบัญชีใหม่ หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า IFRS9 เป็นระบบมาตรฐานบัญชีที่คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ (international accounting standards board: iasb) จะนำมาทดแทนมาตรฐานการบัญชี IAS39 โดย IFRS9 นั้น มีการปรับปรุงหลักการ และ วิธีการบัญชีสำหรับเครื่องมือทางการเงินเพื่อให้สะท้อนความเสี่ยงของกิจการมากยิ่งขึ้น ซึ่งในระดับสากลจะนำ IFRS9 มาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 61 แต่ในส่วนของประเทศไทยจะบังคับใช้ในปี 62

*** 3 เกณฑ์หลัก IFRS9
  สำหรับ IFRS9 ที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และ บริษัทที่มีส่วนได้ส่วนเสียสาธารณะในประเทศไทยต้องนำมาใช้แบ่งเนื้อหาสำคัญออกเป็น 3 ส่วนหลัก อย่างแรก คือ การจัดประเภทและการวัดมูลค่าของเครื่องมือทางการเงิน เช่น เงินให้กู้ยืม และลูกหนี้ รวมทั้งเงินลงทุนประเภทต่างๆ อย่างที่สอง คือ กำหนดการรับรู้การด้อยค่าใหม่ และ สาม การทำบัญชีป้องกันความเสี่ยง 
  การนำ ISRF9 มาใช้จะส่งผลกระทบต่อทุกกิจการที่ถือสินทรัพย์ทางการเงินและหนี้สินทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจสถาบันการเงินจะได้รับผลกระทบมากกว่าธุรกิจอื่น เพราะมีเครื่องมือทางการเงินจำนวนมาก
  ถ้าพูดภาษาชาวบ้านที่เข้าใจง่ายๆ การกำหนดการรับรู้การด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน โดยกิจการต้องกันเงินสำรองจากการให้กู้ยืมเงินเร็วขึ้น และ ต้องมีการพิจารณา และตั้งประมาณด้อยค่าตั้งแต่วันแรกที่ธนาคารปล่อยกู้ลูกค้ารายนั้น โดยธุรกิจได้ 
รับผลกระทบทั้งด้านการเงิน และ ผลการดำเนินงาน ซึ่งผลกระทบที่เห็นได้ชัด คือ การตั้งสำรองเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่าจะเพิ่มสูงขึ้น เพราะต้องมีการกันสำรองเผื่อการด้อยค่าตั้งแต่วันแรกที่มีการรับรู้การให้เงินกู้ยืม

*** ลงทุน IT-ตั้งสำรองล่วงหน้า รับมาตรฐานบัญชีใหม่
  เมื่อเห็นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนที่ IFRS9 จะถูกนำมาใช้ คือ การลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยเพื่อใช้จัดการ และ ประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา โดยระบบจะสามารถเปรียบเทียบความเสี่ยงด้านเครดิตระหว่างการรับรู้เริ่มแรกกับช่วงการรายงานทางการเงินขณะนั้นของเงินกู้ยืมแต่ละตัว เนื่องจากการตั้งค่าเผื่อสงสัยหนี้สูญควรตั้งจากข้อมูลที่เกิดจากการคาดการณ์
  ด้านธนาคารพาณิชย์ได้เตรียมรับมือด้วยการทยอยตั้งสำรองล่วงหน้ามาตั้งแต่ปี 60 ถึงแม้ว่ากฎระเบียบที่ชัดเจนทางธปท.ยังไม่ได้สรุปออกมาก็ตาม แต่วงการเชื่อว่าจะไม่แตกต่างจากมาตรฐานสากล ที่มีการใช้อยู่ในขณะนี้

*** รับ IFRS9 ฉุดกำไร
  นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย หรือ KTB ยอมรับว่าปีนี้ธนาคารต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ไม่ใช่มาจากปัญหา NPL แต่มาจาก มาตรฐานบัญชีใหม่ ทำให้ธนาคารจำเป็นต้องตั้งสำรองเต็มจำนวนของมูลหนี้ที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นใน อนาคตตั้งแต่วันแรกที่อนุมัติสินเชื่อ จากเดิมที่สามารถทยอยตั้งสำรองจนครบได้ ซึ่งประเด็นนี้คาดว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อกำไรของธนาคารในปีที่ผ่านมา และ ในปีนี้
  “ผลกระทบไม่ใช่แค่เราแบงก์เดียว แต่เชื่อว่าจะกระทบทั้งระบบ เพราต้องตั้งสำรองเพิ่มมากขึ้นแต่ KTB ก็เตรียมความพร้อมมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งเรายังคงนโยบายที่ต้องการสร้างกำไรที่เหมาะสม เพราะจะเป็นอะไรที่มั่นคง ยืนยาว และ มีเสถียรภาพ ไม่ใช่ทำกำไรที่สูงสุดแต่เพียงอย่าง”นางผยง กล่าว
  นางกิตติยา โตธนะเกษม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารได้เตรียมพร้อมรองรับมาตรฐานดังกล่าว โดยเฉพาะการตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญตามเกณฑ์ใหม่ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารต้องตั้งสำรองถึง 100% เต็ม ในกรณีหากธนาคารเห็นว่าลูกค้าบางรายที่มีความเสี่ยงสูง โดยในไตรมาส 3/60 และ ไตรมาส 4/60 ได้ตั้งสำรองแล้วรวม 5 พันล้านบาท

*** รอความชัดเจนเกณฑ์ใหม่
  นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK กล่าวว่า ธนาคารยังไม่ได้ประเมินถึงผลกระทบ หรือ กฎเกณฑ์ในการตั้งสำรอง ซึ่งปัจจุบันธนาคารมีเกณฑ์ในการดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งหมดต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 17% แบ่งเป็น เงินกองทุนชั้นที่ 1(T1) ที่ 14% จากเป้าหมายที่ธนาคารตั้งไว้ต้องไม่ต่ำกว่า 12% ซึ่งมาตรฐานบัญชีใหม่จะมีส่วนทำให้เงินกองทุนชั้นที่ 1 ลดลง
  "ต้องแยกให้ออก การตั้งสำรองมาจาก NPL ที่เพิ่มขึ้น และ อีกส่วน คือ ตามมาตรฐานบัญชีใหม่ ซึ่งยังไม่ชัดเจนถึงกฎระเบียบ โดยที่ผ่านมาก็มีการหารือกับทางธนาคารแห่งประเทศไทยตลอดเวลา ทำให้เราไม่สามารถระบุได้ว่าการตั้งสำรองจะกระทบต่อผลการดำเนินงานหรือไม่ "นายปรีดี กล่าว
  นายกิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย หรือ CIMBT กล่าวว่า ภายในไตรมาส 1/61 ธนาคารจะมีการหารือ และ เตรียมความพร้อมถึงการตั้งสำรองที่จะเกิดขึ้นในปี 62 โดยปีนี้ธนาคารมีเป้า หมายให้ Coverage Ratio สูงกว่า 100% จาก 9 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 80% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าระบบที่เฉลี่ยอยู่ที่ 145%
  “ปีนี้ที่มาเลเซียบังคับใช้แล้ว ส่วนของไทยจะมีผลในปี 62 ซึ่งคาดว่าภายในไตรมาส 1/61 จะรู้ถึงรายละเอียดที่แน่ชัด โดยต้องมีการวางแผนที่รัดกุมเพื่อไม่ให้กระทบต่อผลการดำเนินงานของธนาคาร”นายกิตติพันธ์ กล่าว
  นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ หรือ TISCO กล่าวว่า การตั้งสำรองในปีนี้จะลดลงจากปี 60 เนื่องจากปัจจุบันอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคาร (Coverage Ratio) สูงมากกว่า 180% ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอต่อมาตรฐานบัญชีใหม่(IFRS9) ที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 62

*** คาดเห็นผลกระทบเต็มที่ใน Q2/61
  บล.ทิสโก้ ระบุว่า ผลกระทบของการตั้งสำรอง IFRS9 จะรับรู้เต็มที่ในไตรมาส 2/61 จากที่ไตรมาส 4/60 อาจมีผลเล็กน้อย แต่ก็กดดันต่อผลประกอบการ โดยเฉพาะสำหรับ KBANK และ KTB ที่มี Credit Cost สูงกว่าเป้าในปี 60
  ไม่แตกต่างจาก บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) ที่ระบุว่า ผลประกอบการในกลุ่มธนาคารมีโอกาสทรงตัว หรือ ลดลงในไตรมาส 4/60 เนื่องจากการตั้งสำรองที่อาจเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ ซึ่งกำไรไตรมาส 4/60 ของกลุ่มธนาคารคาดจะอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท ลดลง 4.25% จากไตรมาส 3/60 ที่อยู่ 4.7 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ทั้งปีนี้คาดกำไรจะอยู่ที่ 1.9 แสนล้านบาท ลดลง 5% จากปี 59 ที่อยู่ 2 แสนล้านบาท โดยปัจจัยสำคัญมาจากการตั้งสำรอง และ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น 
  อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังต้องระวัง คือ รายได้ค่าธรรมเนียมจากการโอนเงิน หรือ จ่ายเงิน QR code จะลดลง และ มาตรฐานบัญชีใหม่ยังไม่มีการออกมาระบุที่ชัดเจนถึงกฎระเบียบว่าจะต้องกันสำรองอย่างไร แต่จะเริ่มเห็นธนาคารต่างๆ มีการเตรียมพร้อมด้วยการตั้งสำรองเพื่อไว้ล่วงหน้า


  ถึงแม้ว่ายังไม่มีใครออกมาพูดแน่ชัดว่ากฎระเบียบที่แท้จริงของ IFRS9 นั้นจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร แต่สิ่งที่ธนาคารทำอยู่ในปีที่ผ่านมา และ ในปีนี้ คือ การตั้งสำรองเพื่อไว้ หรือ ทยอยตุนเงินไว้ในยามที่มีกำไร ไม่อย่างนั้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้จริงจะไม่ต้องมานั่งตั้งสำรองจนส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ เพราะนั่นคือสิ่งที่ นายธนาคาร และ นักลงทุน ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย
 
 รางานโดย : กรณัช พลอยสวาท  

บทความแนะนำ ล่าสุด

ดูบทความทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh