สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

บทความแนะนำ

| 24 พฤศจิกายน 2560

ลุ้นตัวโก่ง จีดีพีโค้งสุดท้ายปีนี้โตถึง 4% หรือไม่

ลุ้นตัวโก่ง จีดีพีโค้งสุดท้ายปีนี้โตถึง 4% หรือไม่

           ทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ภายใต้แกนนำของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรี มีเรื่องให้หน้าบานกันอีกแล้ว  หลังจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ขยายตัวสูงถึง 4.3% สูงสุดในรอบ 18 ไตรมาส หรือสูงในรอบ 4 ปี ครึ่ง นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2556  ขณะที่ตัวเลขการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ในเดือนตุลาคม ก็ขยายตัวถึง 13.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนตัวเลข 10 เดือน ขยายตัวที่ 9.75% สูงสุดในรอบ 6 ปี  พร้อมการันตีด้วยว่า ปี 2560 นี้ ส่งออกของไทยจะเติบโตได้มากกว่า 8% อย่างแน่นอน
 
          โดยเป้าหมายที่ท้าทายตอนนี้คือส่งออกปีนี้ที่โต 10% หรือจะเรียกว่า เป็นเป้าที่นายสมคิด เคยพูดไว้ว่า ส่งออกจะโตได้ 2 Digit  ซึ่งตัวเลขนี้ ถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของทีมเศรษฐกิจก็ว่าได้ เพราะนั่นเท่ากับว่า ทุกอย่างที่พยายามผลักดันและกระตุ้นมาตลอด ถือว่าได้ผลเกินคาด  และนี่ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันว่า การปรับครม.ชุดใหม่ ทีมเศรษฐกิจยังเหมือนเดิมไม่มีใครไปไหนทั้งนั้น ก็คงทำให้บรรดา ทีมรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจทุกท่านก็เหมือนกับหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง  
 
*** ลุ้นจีดีพีไทยปี 60 แตะ 4%  
          หากโผครม.ทีมเศรษฐกิจไม่เปลี่ยนแปลง  เชื่อได้ว่าจะได้เห็นทีมเศรษฐกิจชุดนี้ เร่งฝีมือเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เต็มที่ แม้ว่าขณะนี้หลายสำนักไม่ว่าจะเป็น สศช. ที่ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตได้ 3.9% และจะขยายตัวได้ 3.6-4.6% ในปีหน้า หรือทางธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 3.8%  ใกล้เคียงกับ สสช.  ซึ่งแต่ละสำนักยังไม่มีใครกล้าฟันธงว่าจะขยายตัวได้ถึง 4%   แต่เชื่อว่าหลายคนก็ต้องแอบลุ้นในใจว่าตัวเลขที่ 4% คงจะได้เห็นบ้าง  เพราะไตรมาส 4 นี้ถือเป็นช่วงพีคของทุกปัจจัยที่จะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว และการส่งออกที่กลับมาร้อนแรงในช่วงท้ายปี 
         ขณะที่แผนกระตุ้นการบริโภคของประชาชน รัฐบาลก็ได้ออกออกนโยบาย ช้อปช่วยชาติมาใช้เร็วกว่าที่คาด จากเดิมจะออกมาใช้ในช่วงท้ายปี ก็นำมาใช้ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน จนถึงต้นเดือนธันวาคม เพื่อให้เร่งการใช้จ่ายตั้งแต่ต้นไตรมาส 4 แถมโครงการลงทุนของภาครัฐที่ออกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2561 และการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่ยังเป็นตัวนำหลักยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ล้วนแต่เป็นสัญญาณบวกที่ทำให้เริ่มคิดไปไกลแล้วว่าจีดีพีโต 4% ในปีนี้ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน    
   
*** เอกชน พร้อมใจเพิ่มเป้าจีดีพี โต 3.7-3.9% 
          หากลองดูมุมมองฝั่งเอกชน อย่างศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ที่ 3.7% จากเดิมคาดที่ 3.4% และคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ถึง 3.8% สูงกว่าครึ่งปีแรกที่ขยายตัวได้ 3.5% ขณะที่การส่งออกคาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 7% ในปีนี้ และมีมุมมองว่าการลงทุนภาครัฐจะกลับมากระเตื้องมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังอีกแน่นอน 
          ส่วนศูนย์วิจัยไทยพาณิชย์ (อีไอซี) ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2560 เป็นเติบโต 3.8% จากเดิมที่ 3.6% ตามเศรษฐกิจโลกที่เติบโตได้ดีเกินคาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยหนุนการส่งออกสินค้าให้เติบโตได้ต่อในช่วงที่เหลือของปี  
         ด้านศูนย์วิจัยเศรษฐกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ปรับจีดีพีเพิ่มขึ้นเป็น 3.9% จากเดิมที่ 3.6% ขณะที่การส่งออกคาดว่าจะขยายตัวได้ 7.5% แต่ทั้งนี้ หากการลงทุนเข้มข้นมากทั้งรัฐและเอกชน รวมถึงการท่องเที่ยว การบริโภคฟื้นตัวเต็มที่ก็อาจเห็นตัวเลขจีดีพีที่ระดับ 4% ได้  
   
***  จับตามหลายปัจจัยเสี่ยงทั้งใน - ตปท. อาจทำจีดีพีสะดุด   
         แม้ว่า หลายฝ่าจะมีมุมมองในเชิงบวกต่อแนวโน้มจีดีพีของไทยในปีนี้  แต่ส่วนใหญ่ก็ยังมีความกังวลอยู่หลายปัจจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความมั่นใจของภาคเอกชน ที่ยังลงทุนไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย  เพราะส่วนใหญ่ยังรอความชัดเจนจากการลงทุนของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC รวมถึงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน  อย่างล่าสุดมีเสียงสะท้อนจาก บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ออกมาว่า โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่บริษัทได้รับสัมปทานนั้น อาจมีความล่าช้า หลังจากที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ที่เวนคืนที่ดิน เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการใดใดได้ เนื่องจากทางรฟม. ยังไม่ส่งมอบพื้นที่ ทำให้แผนการลงทุนดังกล่าวสะดุด ซึ่งหากดำเนินการล่าช้ากว่าแผน อาจทำให้บริษัทมีต้นทุนเรื่องของดอกเบี้ยได้ เพราะโครงการดังกล่าวตามแผนจะต้องลงทุนก่อสร้างแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 ปี 
          ด้านปัจจัยต่างประเทศที่ยังต้องจับตาคงหนีไม่พ้น นโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐ ที่แม้จะคาดเดาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งแน่นอนในปีนี้ แต่นั่นจะหมายถึงผลกระทบให้ค่าเงินบาทซื้อเป็นปัจจัยสำคัญต่อการส่งออกของไทยผันผวนอย่างเลี่ยงไม่ได้  ซึ่ง นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เองยังออกมาเตือนด้วยว่า ความผันผวนของตลาดการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน  ยังมีอยู่ต่อเนื่อง และมีโอกาสผันผวนสูงในบางช่วงเวลา  
         นอกจากนี้ยังต้องจับตานโยบายการค้าของสหรัฐ ว่าจะมีทิศทางอย่างไร รวมถึงปัญหาของภูมิรัฐศาสตร์ในหลากหลายประเทศ ที่ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ รวมถึงจากราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับต่ำและราคาสินค้าโภคภัณฑ์บางประเภทที่มีแนวโน้มชะลอตัว  ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาด้วยเช่นกัน    


   
         แม้ว่าระยะเวลาของปี 2560 จะเหลือเพียงแค่ 1 เดือนเศษเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าปัจจัยสำคัญหลายๆ อย่างทั้งบวกและลบ ที่มีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะอยู่ในช่วงเดือนสุดท้ายของปีทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นการบ้านให้กับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล เตรียมพร้อมในการกระตุ้นและรับมือไปพร้อมๆ กัน    
          เพราะหากภาคเศรษฐกิจระดับมหภาคกลับมาฟื้นตัวได้แล้ว และหากได้ความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของประชาชนที่ผ่านโครงการสวัสดิการรัฐที่กำลังกระตุ้นอยู่ในขณะนี้ อาจจะได้เห็นรัฐบาลชุดนี้มอบของขวัญปีใหม่คืนความสุขให้ประชาชนส่งท้ายปีด้วยจีดีพีที่โตระดับ 4% ก็เป็นได้


 รายงานโดย : ภัทราภรณ์ พลายเถื่อน 


 

บทความแนะนำ ล่าสุด

ดูบทความทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh