บทความแนะนำ

| 30 สิงหาคม 2560

รู้จัก Gold-D ทองคำล่วงหน้ารูปแบบใหม่ เทรดอิงดอลลาร์

          การลงทุนในปัจจุบันมีความหลากหลายให้เลือก ทั้งตลาดหุ้น เงินออม พันธบัตร หรือภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่สิ่งหนึ่งที่คนไทยค่อนข้างจะคุ้นเคยและซื้อง่ายขายคล่องนั้นก็คือ "ทองคำ"  โดยการลงทุนในทองคำปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายประเภท ทั้งการซื้อขายทองคำแท่งเพื่อเก็บออม ทองรูปพรรณไว้ส่วมใส่ กองทุนทองคำ หรือซื้อขายทองคำในตลาดล่วงหน้าซึ่งเป็นลักษณะเก็งกำไรแบบไม่ส่งมอบของจริง และล่าสุดตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ " Gold-D " เป็นสินค้าอ้างอิงทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 99.99% อ้างอิงกับสกุลเงินดอลลาร์ สามารถซื้อขายแบบเก็งกำไรก็ดีหรือส่งมอบจริงก็ได้

Gold-D คืออะไร? 
          Gold-D เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 99.99% ซึ่งเป็นมาตรฐานในต่างประเทศ โดยเสนอราคาซื้อขายกันแบบสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) แต่จะชำระราคาด้วยสกุลเงินบาท โดยมีอายุสัญญา 4 เดือน ดังนั้นหากถือสัญญาจนถึงวันสุดท้ายจะต้องรับหรือส่งมอบทองคำ

ความแตกต่างของ Gold Futures แบบเดิมและ Gold-D 
          Gold-Futures จะใช้ทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 96.50% เป็นทองคำน้ำหนัก 10 บาท (152.44 กรัม) หรือทองคำขนาด 50 บาท (762.20 กรัม) โดยมีราคาซื้อขายเป็นบาทต่อทองคำหนัก 1 บาททองคำ มี 3 ซีรีย์ ครบกำหนดอายุในเดือนคู่ 3 ลำดับใกล้สุดจากปัจจุบัน ด้านชำระราคาเมื่อสัญญาครบกำหนดอายุเป็นเงินสดและไม่สามารถส่งมอบทองจริงได้ 
          Gold-D จะใช้ทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 99.99% เป็นทองคำน้ำหนัก 100 กรัม(3.2148 ออนซ์ หรือประมาณ 6.5 บาททองคำ) โดยมีราคาซื้อขายเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ(USD) ต่อทองคำหนัก 1 ออนซ์ มี 1 ซีรีย์ ครบกำหนดในเดือนสุดท้ายของไตรมาสที่ใกล้ที่สุดจากปัจจุบัน ด้านชำระราคาเมื่อสัญญาครบกำหนดอายุจะส่งมอบทองคำโดยมีจำนวนทองคำขั้นต่ำในการส่งมอบทองคำ 1 กิโลกรัม (หรือ 10 สัญญา)

หลักการวางเงินประกัน 
          1. ผู้ลงทุนทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย Gold-D ต้องวางหลักประกันขั้นต้น(Initial Margin : IM) ก่อนส่งคำสั่งซื้อขาย Gold-D กำหนดเป็นอัตรา บาท/สัญญา มูลค่าประมาณ 3-5% ของมูลค่าสัญญา 
          2. หากยอดเงินในบัญชีต่ำกว่าระดับเงินประกันขั้นต่ำ จะต้องวางเงินหลักประกันรักษาสภาพ( Maintenance margin : MM) วางเพิ่มอย่างน้อยให้เท่ากับระดับเงินประกันขั้นต้น เข้าสู่กระบวนการเรียกวางเงินหลักประกันเพิ่มหรือ Margin Call
          3. กรณีที่นักลงทุนต้องการส่งมอบสินค้าทองคำจริง ผู้ซื้อจะต้องวางหลักประกันสำหรับการส่งมอบ (Spot Month Margin) ซึ่งเป็นหลักประกันที่ผู้ลงทุนจะต้องวางก่อนสัญญาครบอายุ 10 วันทำการ ซึ่งกำหนดเป็นอัตรา บาท/สัญญา ที่มูลค่าประมาณ 10% ของสัญญา

การเสนอราคาซื้อขาย 
          ราคาเสนอซื้อขาย : จะใช้หน่วยเป็นดอลลาร์/ออนซ์ (USD/Oz.)
         Tick Size : 0.10 USD/Oz. หรือเท่ากับ 0.32148 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 11 บาท 
         Ceiling / Floor : ขั้นที่ 1 +/- 10% จาก Settlement Price ของวันก่อนหน้า ถ้ามีการซื้อขายที่ราคา +/-10% จะหยุดพักชั่วคราว  ขั้นที่2 +/- 20% จาก Settlement Price ของวันก่อนหน้า

อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้แปลงมูลค่า 
         แม้ว่าการซื้อขายสินค้า Gold-D จะกำหนดราคาเป็น USD เพื่อเพิ่มความสะดวกในการติดตามราคาเทียบกับตลาดทองคำโลก แต่การวางหลักประกันและการชำระเงินจากการปรับเปลี่ยนสถานะทุกสิ้นวัน ยังกำหนดเป็นเงินบาท ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้แปลงมูลค่า USD เป็น THB จะคำนวณจากค่าเฉลี่ยของอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้รับจากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะทราบในช่วงเวลา 15.30 น. โดยอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวจะเป็นอัตราเดียวกับที่ใช้ในการคำนวณราคาที่ใช้ชำระราคาวันสุดท้ายของ Gold Futures

การรับส่งมอบทองคำจริง เมื่อ Gold-D ครบอายุ
          ผู้ซื้อ - วันซื้อขายวันสุดท้าย (LTD):  โบรกเกอร์จะเก็บ Spot Month Margin ไว้ประมาณ 10% และจะต้องมีสถานะซื้อสัญญาทองคำ(Long) ครบ 10 สัญญา หรือเป็นจำนวนเท่าของ 10 สัญญา , LTD+1 : วาง Delivery Deposit ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 3-5% ของมูลค่าสัญญา โดยโบรกเกอร์อาจเรียกเก็บเงินค่าทองคำเต็มจำนวนจากผู้ลงทุนในวัน T+1เพื่อเตรียมไว้ชำระในวันรุ่งขึ้น และต้องแจ้งรายละเอียดการรับมองสินค้า (Delivery Instruction) เพื่อแจ้งว่าต้องการนำทองออกจากคลังสินค้านิรภัย (Vault) หรือจะฝากไว้ก่อน ภายในเวลา 19.00น. , LTD+2 : ชำระเงินเต็มจำนวน 
          ผู้ขาย - วันซื้อขายวันสุดท้าย (LTD): จะต้องมีสถานะขายสัญญาทองคำ(Short) ครบ 10 สัญญา หรือเป็นจำนวนเท่าของ 10 สัญญา โดยผู้ข้ายต้องมีทองอยู่ใน Vault ก่อนเวลา 16.00 น.
ถ้าไม่มีทองใน Vault โบรกเกอร์อาจบังคับล้างสถานะ , LTD+1 : แจ้งรายละเอียดการส่งมอบสินค้า (Delivery Instruction) ภายในเวลา 19.00 น.  , LTD+2 : ผู้ขายส่งมอบสินค้าแก่ผู้ซื้อ

ทองคำที่รับส่งมอบเป็นทองคำตามมาตรฐาน LBMA 
          สำหรับทองคำที่ส่งมอบจะต้องมีสภาพสมบูรณ์ไม่มีรอยตัดแหว่ง โดยมีความบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 99.99% ตามมาตฐาน LBMA ซึ่งทองคำแท่งจะมีขนาด 1 กิโลกรัม (31.148 ออนซ์) โดยจะรับส่งมอบผ่าน Delivery Agents (DA) ที่ได้รับการแต่งตั้งจากสำนักหักบัญชี (TCH) โดยยี่ห้อที่สามารถส่งมอบได้แก่ ARGOR-HERAEUS SA ,HERAEUS ,METALOR ,PAMP SA ,RAND REFINERY ,THE PERTH MINT ,VALCAMBI SA ส่วนยี่ห้ออื่นๆ อาจพิจารณาภายหลัง  
         ทั้งนี้ผู้ที่รับส่งมอบ Delivery Agents (DA) มีทั้งหมด 7 ราย ได้แก่  ออสสิริส ,คลาสสิก โกลด์,วายแอลจี บูลเลี่ยน , เอ็มทีเอส โกลด์,จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์,ฮั่วเซ่งเฮง และจีแคป

กรณีที่ผิดนัดรับมอบหรือส่งมอบจะต้องโดนปรับ
          หากผู้ลงทุนมีสถานะของสัญญาไม่ครบหน่วยส่งมอบในวัน LTD จะคิดค่าปรับบัญชีละ 3,000 บาท 
 หากผู้ลงทุนที่มีสถานะของสัญญาครบหน่วยส่งมอบแต่ไม่ส่งมอบ หรือผู้ขายไม่มีทองคำอยู่ใน Vault ในวัน LTD หรือผู้ซื้อไม่สามารถวางเงินหลักประกันเพิ่มในวันที่ LTD+1 หรือผู้ซื้อไม่ยื่น Delivery Deposit ในวันที่ LTD+1 หรือ ผู้ซื้อไม่สามารถชำระค่าสินค้าได้ในวันที่ LTD+2 จะถูกเรียกค่าปรับจากผู้ผิดนัดมูลค่า 5% ของมูลค่าสัญญา และเงินชดเชยการผิดนัดชำระตามที่ตกลงกันกับคู่กรณี

ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย Gold-D
   กรมสรรพากรอยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมายให้บุคคลธรรมดาในประเทศและต่างประเทศมีสิทธิเลือกถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายจากกำไรจากการขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า Gold-D ที่มีการส่งมอบทองคำ 15% โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีปลายปี และยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า Gold-D ที่มีการส่งมอบทองคำ

TFEX หวัง Gold-D ได้รับการตอบรับอย่างดี เพราะมีผู้ประกอบการค้าทองคำหนุน 
          ดร.รินใจ ชาครพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) (TFEX) เปิดเผยว่า สินค้าใหม่ Gold-D ที่จะเริ่มซื้อขายวันที่ 4 กันยายนนี้ โดยหวังว่าน่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะมีผู้ประกอบการค้าทองคำช่วยสนับสนุน และมีมาร์เก็ตเมกเกอร์ประมาณ 4-5 ราย เพื่อดูแลสภาพคล่องให้กับสินค้า ซึ่งในช่วงแรกคาดว่าจะได้รับการตอบรับในเชิงนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรมากกว่าจะส่งมอบ ซึ่งหากนักลงทุนให้การตอบรับอย่างดีสำหรับการส่งมอบ ในอนาคตจะเปิดให้สินค้า Gold-D สามารถรับมอบส่งมอบได้ทุกวัน 
          ด้านการขยายเวลาซื้อขายสินค้า Gold ล่วงหน้าภาคค่ำซึ่งจะเริ่ม Pre-Open 18.45-19.00 น. และซื้อขายจริง 19.00-23.55 น. ในวันที่ 4 กันยายนนี้เช่นกัน จะช่วยหนุนให้ปริมาณการซื้อขายทองคำคึกคักมากขึ้น เพราะในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีประเด็นเศรษฐกิจสำคัญจากต่างประเทศ เพื่อใช้ในการเก็งกำไร

MTS Gold มอง Gold-D ตอบโจทย์นักลงทุนทองคำเทรดตามราคาทองโลก หวังเป้าวอลุ่มช่วงแรก 1 หมื่นสัญญา/วัน 
          นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท MTS Gold แม่ทองสุก เปิดเผยว่าสินค้า Gold-D เป็นสินค้าเดียวกันกับในตลาดโลกที่นิยมซื้อขายทองคำกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนทองคำไทยรอคอยมานานกว่า 8 ปี แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเริ่มคุยกันอย่างจริงจังกับความร่วมมือหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่าจะดันสินค้าตัวนี้ขึ้นมา เหตุผลที่หลายๆ ฝ่ายส่วนใหญ่ต่างสนับสนุนเพราะสินค้าดังกล่าวสามารถซื้อขายได้เลยอ้างอิงราคาทองโลก โดยไม่ต้องมาแปลงค่าเงินดอลลาร์เป็นบาท เพราะแต่เดิมหากราคาทองในตลาดโลกบวกแรง แต่ราคาทองไทยกลับบวกน้อยกว่า ซึ่งส่วนต่างเหล่านี้มาจากค่าเงินทั้งสิ้น นอกจากนี้ในช่วงสภาวะที่ตลาดลงทุนอื่นๆ กำลังซบเซา ทองคำจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจตัวหนึ่ง ซึ่งจะสามารถลงทุนได้ง่ายโดยไม่ต้องเสียเวลาแปลงค่าเงิน ดังนั้นมั่นใจว่าสินค้าดังกล่าวจะมีสภาพคล่องสูง อีกทั้งยังมีมาร์เก็ตแมกเกอร์ที่ช่วงเพิ่มสภาพคล่องให้อีกทาง ซึ่งแม่ทองสุกเป็น 1 ในมาร์เก็ตแมกเกอร์สินค้า Gold-D เช่นกัน โดยการตอบรับของลูกค้ามองว่าจะมาจากนักลงทุนทองคำอยู่แล้วประมาณ 70% ส่วนอีก 30% ที่เหลือน่าจะเป็นนักลงทุนหน้าใหม่หรือตลาดลงทุนอื่นๆ 
           นายณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม ที เอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด เปิดเผยว่าการซื้อขายทองคำในตลาดต่างประเทศปกติกลุ่มกองทุน Head Fund จะซื้อขายครั้งละ 100 ออนซ์ แต่สินค้า Gold-D ของไทยเริ่มต้นการซื้อขายสัญญาละประมาณ 3 ออนซ์ ซึ่งเป็นจำนวนที่ซื้อขายได้ง่ายเหมาะกับการเก็งกำไร และที่สำคัญมีคนแปลงเงินบาทให้ ซึ่งคาดว่าในช่วงแรกจะมีปริมาณการซื้อขายประมาณ 10,000 สัญญา/วัน

 ออสสิริสระบุ Gold-D ชูจุดเด่นเทรดอ้างอิงราคาทองดอลลาร์ ปิดความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาท/ดอลลาร์ มั่นใจซื้อขายอย่างถูกกฎหมาย 
          นายบุญเลิศ สิริภัทรวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า สินค้า Gold-D เหมาะสำหรับนักลงทุนที่กังวลเรื่องค่าเงินบาท เพราะสินค้าสามารถซื้อขายโดยอ้างอิงราคาทองคำในตลาดโลกได้ทันที โดยส่วนที่เกี่ยวข้องกับเงินบาท/ดอลลาร์ก็ต่อเมื่อเปิดสถานะและตอนปิดสถานะเท่านั้นที่จะนำเงินบาทเข้ามาคำนวณราคา ซึ่งสินค้าทองชนิดอื่นๆ จะต้องคำนวณแปลงจากราคาทองโลกเป็นทองไทยซึ่งจะต้องคำนวณผ่านเงินบาททุกครั้ง 
          นอกจากนี้ข้อดีของ Gold-D คือ ทำให้นักลงทุนซื้อขายกันอย่างทุกต้องภายใต้กฎเกณฑ์ TCH ,TFEX  ซึ่งก่อนหน้านี้มีโบรกเกอร์เถื่อนจัดทำการซื้อขายในลักษณะนี้ แต่ไม่สามารถรับประกันความโปร่งใสได้ โดยเชื่อว่าหลังจากนี้ตลาด Gold-D จะมีสภาพคล่องสูง จากความร่วมมือของผู้ประกอบการ และนักลงทุนรายย่อยที่สนใจเข้ามาซื้อขาย  

 

          นับถอยหลังเปิดการซื้อขายสินค้า Gold-D จากนี้คงต้องรอดูว่าสินค้าดังกล่าวจะได้รับความนิยมมากน้อยเพียงใด แต่หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างคาดหวังว่าน่าจะเริ่มต้นได้ดี เพราะเป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยนั้นคือการลงทุนทองคำ นอกจากนี้การซื้อขายอ้างอิงกับราคาทองโลกโดยตรงจะทำให้การประเมินราคาทำได้ง่ายขึ้น ส่วนช่วงเวลาการซื้อขายก็ไม่น่ากังวลหลังจาก TFEX ขยายเวลาเทรดภาคค่ำถึงเที่ยงคืน ซึ่งตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรปัจจัยจากตลาดต่างประเทศได้ทันท่วงที 
          แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนักลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการลงทุน บนพื้นฐาน "การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน"

 
 
รายงานโดย : ชุติมา อภิชัยสุขสกุล 

บทความแนะนำ ล่าสุด

ดูบทความทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh