บทความแนะนำ

| 4 สิงหาคม 2560

Throw Back - Pull back โดยแว่นใส efinanceThai TV

                Throw Back คือ ลักษณะการยกตัวของราคาที่ทำ high เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้น throw back จะต้องทำ high ใหม่เสมอ หรือเป็นลักษณะเรียกว่า “

รีบาวด์เพื่อขึ้นต่อ” ซึ่งจะเกิดในแนวโน้มขาขึ้น (bullish trend)

 

                Pull back ลักษณะการยกตัวของราคาที่ทำ low อย่างต่อเนื่อง ฉะนั้น pull back จะมีลักษณะที่การยกตัวของราคาจะทำ low ใหม่เสมอ หรือเป็น

ลักษณะเรียกว่า “รีบาวด์เพื่อลงต่อ” ซึ่งจะเกิดในแนวโน้ม Bearlish trend

 

                ลักษณะดังกล่าวข้างต้นเป็นธรรมชาติของการเคลื่อนไหวของราคา ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลงจะมีจังหวะที่ราคาเกิดอาการตรงข้ามเสมอ จะให้ขึ้นทุก

วันหรือลงลงทุนมันก็เกินไป

 

                สำหรับ Throw Back อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการสกัดความร้อนแรงของราคาหุ้นไม่ให้ร้อนแรงจนเกิดไป หากเปรียบเทียบกับการขับรถระยะทางไกล ๆ ก็

เหมือนเป็นการพักเครื่อง พักความเมื่อยล้าของคนขับ ถ้าจะให้ขับข้ามวันข้ามคืนแบบไม่พัก คงพังทั้งคนทั้งรถ

ส่วน Pull back ก็เป็นจังหวะรีบาวน์ที่ดีเพื่อให้คนที่มีหุ้น ได้ปล่อยของเมื่อรู้ตัวแล้วว่าผิดทาง อย่างน้อยก็ช่วยลดระดับความเสียหายไปได้ส่วนหนึ่ง

 

                การนำไปใช้งานละ?

                ในช่วงขาขึ้น Throw Back จะช่วยให้เราอุ่นใจได้ระดับหนึ่งว่าราคาถอยลงมาสะสมพลังเพื่อไปต่อ แต่ก็ไม่ใช่ทุกตัวที่จะเป็นแบบนั้น เพราะตามสถิติ หลัง

เกิด Throw Back มีโอกาส 65% ที่ราคาจะขึ้นต่อ แต่อีก 35% ราคาจะไหลลงจนหลุดแนวรับ (อ้างอิงจากหนังสือ evolution of a Trader : Trading Basics ของ

Thomas N. Bulkowski)

 

                กลับกันในช่วงขาลง Pull back ช่วยทำกำไรในช่วงตลาดเป็นขาลง เพราะสามารถเก็งกำไรเล่นรีบาวน์ในจังหวะที่ราคาทำ low ใหม่จาก low เดิม หรือ

เป็นจังหวะในการลดความเสียหายเมื่อต้องขายตัดขาดทุน เมื่อผิดทางในช่วงตลาดเป็นขาขึ้น แต่ก็เช่นกันว่าหุ้นทุกตัวที่เกิด Pull back และจะทำ low ใหม่ต่อเนื่อง

ไปตลอด

ดังนั้น เมื่อไม่มีอะไร 100% เราจำเป็นต้องฝึกให้ชำนาญ เพื่อความอยู่รอดในตลาดหุ้นให้ได้อย่างแข็งแกร่งนะครับ

บทความแนะนำ ล่าสุด

ดูบทความทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh