บทความแนะนำ

| 2 สิงหาคม 2560

“รพ.บำรุงราษฎร์” ผนึก 51 พันธมิตรทั่วประเทศ ยกระดับการดูแลผู้ป่วย

            หากพูดถึง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เชื่อว่าเป็นที่รู้จักกันดี ทั้งของชาวไทยและต่างชาติ จากการเป็นผู้ให้บริบาลด้านการแพทย์ภาคเอกชนแห่งใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งถือว่าสอดรับกับเป้าหมายของประเทศ ในยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่ต้องการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ (เมดิคอล ฮับ) ของอาเซียน


            แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา เราจะได้เห็นโรงพยาบาลหลายแห่ง สร้างการเติบโตด้วยการ “ซื้อกิจการ” แต่ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กลับเลือกใช้กลยุทธ์สร้างเครือข่ายกับโรงพยาบาลอื่นๆ เพื่อร่วมมือกัน ยกระดับบริการสาธารณสุขของประเทศให้ดีขึ้น ซึ่งกลยุทธ์นี้นับว่าเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งประเทศ โรงพยาบาล และผู้ป่วย


            โดยล่าสุด โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เดินหน้าขยายความร่วมมือ เซ็นเอ็มโอยูกับโรงพยาบาลพันธมิตร  51 แห่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการดูแลรักษาผู้ป่วย ทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมขยายตลาดบริบาลทางการแพทย์ร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางการแพทย์ร่วมกันในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นโครงการที่ทำต่อเนื่องมาจากปีก่อน

            เดินหน้าผนึกพันธมิตรทั่วประเทศ
            รศ. นพ. สมศักดิ์ เชาว์วิศิษฐ์เสรี ผู้อำนวยการด้านบริหารร่วมและผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่าในครั้งนี้โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตรเพิ่มอีก 16 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ต่อจากในปี 2559 ที่มีโรงพยาบาลพันธมิตรเข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) จำนวน 35 แห่ง 


            ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับให้การดูแลรักษาผู้ป่วยร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลพันธมิตรได้อย่างต่อเนื่องและเต็มไปด้วยประสิทธิภาพแบบไร้รอยต่อ โดยอาศัยจุดแข็งและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ให้สามารถรับช่วงต่อผู้เข้ามาใช้บริบาลทางการแพทย์ระหว่างกันได้โดยไม่สะดุด ซึ่งมาจากการพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านการแพทย์ระหว่างโรงพยาบาลพันธมิตรร่วมกัน  โดยโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการให้บริบาลทางการแพทย์ดังกล่าว

            4 พันธกิจดูแลผู้ป่วย
            สำหรับทิศทางการดำเนินการ ได้เชิญโรงพยาบาลทางสายภาคเหนือ คือ เริ่มที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ต่อไปที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมเชิญชวนศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าร่วม รวมกันเป็นวิสัยทัศน์การทำงาน เกิดเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยร่วมกัน โดยมุ่งเน้น 4 พันธกิจสำคัญ ได้แก่


            พันธกิจแรก เป็นรากฐานของการดูแลผู้ป่วย เริ่มจากโรงพยาบาลต้นทางซึ่งเป็นการดูแลผู้ป่วยในตั้งแต่แรก และมีการส่งต่อผู้ป่วยเพื่อเข้ารับการรักษา หรือ สเต็ปอัพ (Step up)  จนถึงเมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาในระยะหนึ่งแล้ว และต้องการย้ายกลับไปยังโรงพยาบาลเดิมตั้งแต่แรก (Step down)  ก็สามารถดำเนินการต่อได้โดยไม่สะดุด


            นอกจากนี้ รพ.บำรุงราษฎร์ยังได้ลงทุนในด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ไปในจำนวนสูง ซึ่งยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกันเพื่อร่วมยกระดับประเทศไทยได้ ด้วยในอีกไม่กีปีข้างหน้าเทคโนโลยีทางการแพทย์อาจเปลี่ยนจนตามไม่ทัน ซึ่งการให้ประเทศชาติได้ประโยชน์อย่างสูงสุด ผ่านการดูแลรักษาสูงสุดร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาลพันธมิตรถือเป็นอีกมิติใหม่ในการร่วมมืออย่างใกล้ชิด


            พันธกิจที่ 2 ด้านวิชาการ โดย รพ.บำรุงราษฎร์ มีแนวคิดด้านการสอนให้กับนักศึกษาแพทย์ เชิงวิชาการ ในลักษณะต่อยอดความคิดทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมรับเฟลโลว์ (Fellow)  แพทย์เฉพาะทางสาขามาต่อยอดโดยบริบทของ รพ.บำรุงราษฎร์อยู่ที่การฝึกอบรมเฟลโลว์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูแลผู้ป่วยสูงสุด


            พันธกิจที่ 3 ด้านการวิจัย เพื่อให้สอดคล้องกับไทยแลนด์ 4.0 ได้นั้น จะต้องสามารถสร้าง ครีเอชั่น และ นวัตกรรม โดย รพ.บำรุงราษฎร์ มีวิสัยทัศน์ที่พร้อมสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทย โดยการเชิญโรงเรียนแพทย์ 3 แห่ง (โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์


            ทั้งนี้ ยังตระหนักถึงความมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันในโรงพยาบาลทุกแห่ง โดย รพ.บำรุงราษฎร์ไม่ใช่พี่ใหญ่ หากโรงเรียนแพทย์ใดมีเครือข่ายดี ก็สามารถส่งผ่านองค์ความรู้ทางไกล (เทเล) ได้โดยผ่านเครือข่าย โดยไม่ได้เป็นผู้ชี้นำทางวิชาการเพียงอย่างเดียว


            พันธกิจที่ 4 คือ มาตรฐานด้านคุณภาพ รพ.บำรุงราษฎร์ ถือเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียที่ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพโรงพยาบาลระดับสากล The Joint Commission International (JCI)  ของสหรัฐอเมริกา ล่าสุดยังผ่านการรับรอง DNV-GL’s MANAGING INFECTION RISK (MIR) STANDARD  มาตรฐานที่เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงด้านการติดเชื้อ ซึ่งแห่งที่สามนอกทวีปอเมริกาเหนือและเป็นแห่งแรกของเอเชีย


            นอกจากนี้ยังได้รับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ระดับสากล  จากวิทยาลัยพยาธิแพทย์อเมริกัน College of American Pathologists (CAP) เป็นแห่งแรกของไทย แสดงถึงความพร้อมด้านวิชาการ การวิจัย เพื่อตอบสนองภาวะการเจ็บป่วยที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญ คือ รูปแบบความร่วมมือนี้ เปรียบเสมือนเพื่อนช่วยเพื่อน โดยไม่ได้มองเพียงเงินทุน (แคปิทัล) แต่รวมกันเป็น ฮิวแมน แคปิทัล ไฟแนนเชียล แคปิทัล เพื่อสร้างธุรกิจร่วมกันในรูปแบบ เน็ตเวิร์ค แคปิทัล

           ยกระดับสอดรับไทยแลนด์ 4.0
         
ศ. นพ. นิมิต เตชไกรชนะ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์อาวุโส โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวเพิ่มว่าสำหรับการเอ็มโอยู และความร่วมมือระหว่าง 3 ภาคี คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน และ โรงเรียนแพทย์ ในครั้งนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีต่องานสาธารณสุขทางการแพทย์ของไทยที่พร้อมยกระดับสู่ความเป็นเลิศทางด้านคุณภาพและมาตรฐาน และการให้บริบาลทางการแพทย์แบบมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน ที่ยังสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐ จากการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมตลอดทุกกระบวนการทางการแพทย์ ระหว่างโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์และโรงพยาบาลพันธมิตร เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ซึ่งโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีเทคโนโลยี และเป็นแม่ข่ายการแบ่งปันไปที่ต่างๆ เช่น โรงพยาบาลแพทย์ ที่มีการประชุมวิชาการสามารถแชร์เครือข่ายเดียวกันได้


            นอกจากนี้ ในอนาคตยังสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพ (อัพเกรด) เพื่อให้เป็นแบบสองทาง(อินเตอร์แอคทีฟ) ในกรณี(เคส)ของผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสามารถแบ่งประสบการณ์ร่วมกัน ผ่านเครือข่ายแต่ละแห่งที่มีประสบการณ์ ความชำนาญ ที่ไม่เท่ากันซึ่งบ่อยครั้งต้องมีการเรียนรู้ร่วมกัน โดยสามารถส่งมายังส่วนกลางเพื่อให้การช่วยเหลือได้

          ยึดมั่นความปลอดภัยและคุณภาพ
         
ขณะที่ ดีเอ็นเอ  หรือ ค่านิยมหลัก ของ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้ยึดมั่นด้านความปลอดภัยและคุณภาพในการรักษา ซึ่งนอกจากมาตรฐาน JCI, CAP, DNV-GL MIR แล้ว ยังได้รับมาตรฐาน Pathway to Excellence® เป็นมาตรฐานการรับรองคุณภาพของ American Nurse Credentialing Center (ANCC) เพื่อรับรองว่าเป็นองค์กรที่มีสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดสำหรับพยาบาล โดย รพ.บำรุงราษฎร์ จะแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้ต่าง ๆ ระบบมาตรฐานและกระบวนการต่าง ๆ ผ่าน หลักสูตรต่าง ๆ ให้แก่โรงพยาบาลพันธมิตรผ่านการบริหารจัดการของบริษัทบำรุงราษฎร์ เซอร์วิส อีกด้วย

จากแนวทางความร่วมมือระหว่าง 3 ภาคีในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของบริบาลทางการแพทย์ไทยที่มุ่งมั่นยกระดับงานสาธารณสุขของประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่มีความเป็นเลิศด้านการรักษาพยาบาลและนวัตกรรมทางการแพทย์ มีความแข็งแกร่งร่วมกัน และเพื่อความยั่งยืนในการบริบาล ดูแลรักษา ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เข้ารับการรักษาพยาบาล ที่จะได้รับบริบาลอย่างดีที่สุดภายใต้มาตรฐานที่สูงขึ้น

บทความแนะนำ ล่าสุด

ดูบทความทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh