บทความแนะนำ

| 20 กรกฎาคม 2560

Holding company โดย แว่นใส efinanceThai TV

                Holding company เป็นบริษัทที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยไม่มีการประกอบกิจการใด ๆ หรืออาจประกอบกิจการน้อยมาก แต่มีหน้าที่หลักไปลงทุน ด้วยการถือหุ้นบริษัทอื่น อาจเป็นการถือหุ้นในบริษัทลูก (Subsidiaries) ที่มักจะถือหุ้นมากกว่า 50% หรือเข้าไปถือหุ้นบริษัทร่วม (Associated companies) ที่มักจะถือหุ้น 20-50% โดยจะมีส่วนได้เสียในผลกำไร/ขาดทุน ในบริษัทลูกหรือบรษัทร่วมที่ตนเองถือหุ้น (ตามสัดส่วนการถือหุ้น) โดยที่ไม่ต้องเอาส่วนหนี้สิน (Liabilities) มารวมอยู่ในงบการเงินของบริษัทแม่

                การที่ไม่ต้องเอาส่วนหนี้สิน (Liabilities) มารวมอยู่ในงบการเงินของบริษัทแม่ จึงทำให้โดยปกติ Holding company มักจะมีหนี้สินน้อย หรือไม่มีเลย แต่มีส่วนของทุนมาก หนี้สินที่เกิดขึ้นมักจะอยู่ในรูปของหนี้ในบริษัทลูกที่ตัวเองถือหุ้นอยู่

                นักลงทุนจึงต้องระวัง เพราะหนี้สินที่เกิดขึ้นในบริษัทลูกนั้นจะไม่ถูกรวมเข้าในบริษัทแม่เลย การตรวจสอบหนี้สินที่แท้จริง ต้องไปตรวจสอบในบริษัทลูกเหล่านั้น ซึ่งไม่ได้ถูกตลาดหลักทรัพย์บังคับให้เปิดเผยเป็นรายไตรมาส แต่บริษัทเหล่านั้นจะต้องส่งงบรายงานประจำปีให้กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกว่านักลงทุนจะทราบถึงภาระหนี้สินที่แท้จริงของบริษัทร่วมเหล่านี้ ก็อาจจะใช้เวลาเป็นปีถึงจะทราบความเสียหาย

หากบริษัทลูกมีภาระหนี้สินมาก อาจจะประสบปัญหา Cashflow mismatch เพราะถ้าบริษัทลูกไม่ส่งเงินปันผลให้แล้ว บริษัทแม่ที่เป็น Holding company อาจจะต้องเพิ่มทุน เพื่อให้เพียงพอแก่ภาระดอกเบี้ยก็เป็นได้

                นอกจากนี้ บริษัท Holding Company ที่ส่วนใหญ่จะถือหุ้นในบริษัทร่วมแค่ 20-50% ซึ่งในทางกฎหมาย ไม่สามารถควบคุมการบริหารของบริษัทได้ แต่ในความเป็นจริง มีตัวอย่างอยู่มากมายที่แม่ถือหุ้นแค่ 20-50% แต่มีอำนาจควบคุมบริษัท เนื่องจาก Holding company ถูกออกแบบโครงสร้างเงินทุนเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายการถือหุ้นเกินสัดส่วนตามกฎหมายต่าง ๆ หรืออาจจะหลีกเลี่ยงการรวมหนี้สินเข้าบริษัทแม่หรือ Holding company

 

                ข้างต้นคือฝั่งที่อาจจะจะต้องระมัดระวัง แล้วข้อดีของ Holding company ละมีมั้ย?

                บริษัทเเม่ถ้าอยู่ในตลาดหุ้น และถือหุ้นบริษัทลูกในไทยได้รับยกเว้นรายได้ตอนคำนวณภาษี 100% ไม่ต้องห่วงว่าต้องจ่ายภาษีซ้ำซ้อน

                ความรับผิดชอบจากความผิดของบริษัทลูก จำกัดแค่จำนวนเงินที่บริษัทแม่ถือหุ้นอยู่ เช่น บริษัทลูก 100 ล้าน  มีทุนของบริษัทแม่ 50% คือ 50 ล้าน  ถ้าบริษัทลูกเกิดลงทุนผิดเป็นหนี้ 500 ล้าน  บริษัทแม่ก็รับผิดชอบแค่ 50 ล้าน เป็นต้น (เเต่ในความเป็นจริง บริษัทเเม่ไม่ได้จ่ายอะไรเพิ่มเติมตอนบริษัทลูกล้มละลาย เพราะส่วนใหญ่ชำระทุนจดทะเบียนครบไปเเล้ว)นอกจากนี้ หากมีแม่อำนาจมากพอ (ซึ่งส่วนใหญ่จะมี) จะเกิดการ synergy ระหว่างบริษัทลูก ธุรกิจของบริษัทลูกก็จะส่งเสริมซึ่งกันเเละกัน และค่าบริหารจัดการของHolding company จะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้า Holding company ใหญ่จริง ๆ ก็คุ้มที่จะมี เพราะจะช่วยบริหารจัดการบริษัทลูกให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้

บทความแนะนำ ล่าสุด

ดูบทความทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh