บทความแนะนำ

| 19 กรกฎาคม 2560

หุ้นสินเชื่อบัตรเครดิตยังเสี่ยง โดย สุภาวดี แถลงศรี efinanceThai TV

             จากกฎเกณฑ์ควบคุมสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถือว่าประเด็นดังกล่าวน่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมรายได้ของธนาคารต่างๆ ในอนาคตบ้างไม่มากก็น้อย

 

            โดยการประกาศใช้ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายวิธีพิจารณความแพ่ง (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2560 ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา  มีใจความสำคัญอยู่ที่ มาตรา 302 เกี่ยวกับการปรับจำนวนเงิน

หรือสิทธิเรียกร้องที่เป็นเงินของลูกหนี้ที่เจ้าหนี้ไม่สามารถยึดหรืออายัดในคดีความ  ได้แก่ 1) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ และรายได้อื่นๆ ในลักษณะเดียวกันของบุคคลหรือคู่สมรส เป็นจำนวนเงินรวมไม่เกิน 20,000

บาท จากเดิม 10,000 บาท หรือไม่เกิน 30% ของเงินเดือน 2) เงินบำเหน็จหรือค่าชดเชยในลักษณะเดียวกันของบุคคลหรือคู่สมรส ไม่เกิน 3 แสนบาท และ 3) เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ได้รับจากความตายของบุคคลอื่น ตามที่จำเป็นในการดำเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผู้ตาย

 

             บล.เออีซี  มีมุมมองในประเด็นนี้ว่า ผลจากการประกาศใช้ พ.ร.บ. ข้างต้นคาดจะกระทบต่อการรับรู้รายได้หนี้สูญรับคืนของหุ้นกลุ่มสินเชื่อบัตรเครดิต ได้แก่ KTC และ AEONTS

เนื่องจากจะทำให้จำนวนเงินที่สามารถยึดได้ในกรณีที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้หรือเป็นหนี้สูญได้น้อยลง อีกทั้งสินเชือบัตรเครดิตยังเป็นสินเชื่อที่มีฐานลูกค้าส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/เดือน

และไม่มีการเรียกหลักประกันตอนที่ลูกหนี้ขอสมัครใช้สินเชื่อ โดยสิ้นช่วงไตรมาส 1/60 พบว่า KTC และ AEONTS มีรายได้หนี้สูญรับคืนคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้รวม 13.8% และ 3.2% ตามลำดับ

            ...พ.ร.บ. ดังกล่าว  ธานาคารต่างๆคงต้องปรับตัว ปรับกลยุทธ์ เพื่อชดเชยรายได้ที่สูญเสียไป...

บทความแนะนำ ล่าสุด

ดูบทความทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh