สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

บทความแนะนำ

| 30 มิถุนายน 2560

ฝึกคัทลอสแบบ SAP โดยแว่นใส efinanceThai TV

ฝึกคัทลอสแบบ SAP โดยแว่นใส efinanceThai TV

                ฝึกคัทลอสแบบ SAP มีให้เห็นเกือบทุนวัน คอยบ่นดอยตัวนั้นตัวนี้ จะดอยสูง ดอยสูงมาก และดอยสูงมากที่สุด กับเม่ามือใหม่นี่เป็นของคู่กันจริง ๆ

หลายคนหาวิธีแก้ติดดอยไม่ได้ ทำไม่เป็น ก็ล้มหายตายจากออกไปจากสนามหุ้นหลายคนไม่หาย แต่ดีขึ้นก็ยังจะพออยู่ไหว

 

ก่อนอื่น เม่าต้องยอมรับก่อนว่าอาการติดดอย เป็นสิ่งแก้ยาก แต่มันแก้ได้ และต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์ และที่สำคัญที่สุดเลยคือ "จิตใจ"

ทำไมยอมเห็นหุ้นในพอร์ตติดลบด้วยตัวเลขสองหลัก? สองหลักแบบเลขหน้าขึ้นต้นด้วยเลข 5 6 7 8 หรือ 9 แต่ทำไมตอนขาดทุนด้วยเลขตัวเดียว ถึงไม่ยอมคัทลอส?

2 คำถามนี้ เป็นสิ่งที่คาใจผมมาโดยตลอด ซึ่งวันนี้ก็เริ่มกระจ่างมาบ้างแล้วในใจ แต่จะถูกหรือเปล่า ผมก็ไม่แน่ใจ

คำตอบที่ได้คือ "ข้ออ้าง" อ้างว่าเดี๋ยวมันก็กลับมา อ้างว่าเป็นเงินเย็น สารพัดข้ออ้างที่ไม่ยอมให้เงินต้นหายไปอย่างเป็นทางการ (ไม่ขาย ยังไม่ขาดทุนจริง ๆ หนิ อะไรทำนองนั้น)

สุดท้ายติดดอยนานแสนนาน จนต้องปลอบใจตัวเองว่า "เหมือนซื้อหวย ถ้ากลับมาก็ถือว่าถูกหวย" นี่เป็นคำพูดของนักลงทุนรุ่นเก๋า (อายุวันฃยเกษียณ)

ที่ได้มีโอกาสคุยด้วยตอบไปประชุมผู้ถือหุ้นตัวหนึ่ง  อ้าว!!! ทำไมทำหุ้นเป็นหวยไปละคุณป้า (สิ่งที่ผมเถียงในใจ)

 

แล้วถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุการณืติดดอยสูงซ้ำ ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ควรจะทำอย่างไร? ต้องฝึกครับ ฝึกคัทลอส ฝึกขายตัดขาดทุน

 

                Short Against Port (SAP) 

                โดยหลักการแล้ว SAP คือ การขายทำกำไร เมื่อหุ้นที่เราถืออยู่ขึ้นไปถึงจุดหนึ่ง เพื่อเอากำไรออกมาส่วนหนึ่ง และถ้าราคาย่อลงมาก็จะเข้าไปซื้อหุ้นกลับคืนมา ทำให้ได้จำนวนหุ้นมากกว่าเดิม

ฉะนั้น SAP ไม่ใช่วิธีการคัทลอส แต่เป็นการลดความเสี่ยงด้วยการทำกำไร หรือดึงกำไรออกมาบางส่วน ในจังหวะที่ราคาหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวลงอย่างชัดเจนและรุนแรง และเมื่อราคาย่อตัวถึงจุดที่เริ่มเสถรียร

เราก็ไปซื้อกลับ สร้างมารถทำกำไรได้ในระยะยาวต่อไป  จุดนี้เองที่สามารถนำมาประยุกต์ในการคัทลอส

                ยังไง?

                สมมติว่าเรามีหุ้น XYZ จำนวน 1,000 หุ้น ที่ต้นทุนหุ้นละ 10 บาท ต่อมาราคาลดลงเหลือ 8 บาท และมีแนวโน้มว่าจะลงต่อ จึงขายออกไปบางส่วน

จำนวน 500 หุ้น ที่ราคา 8 บาท ต่อมาราคาไปที่ 5 บาท (ได้เงิน 4,000 บาท) จึงซื้อกลับจำนวน 800 หุ้น (เงินทั้งหมด 4,000 บาทเดิมที่ได้จากการขาย 8 บาท)

โดยที่เราประเมินแล้วว่าราคาไม่น่าจะลงไปต่ำกว่านี้อีกมากนัก และท้ายที่สุดราคาวิ่งกลับขึ้นมา 9 บาท เราจึงตัดสินใจขาดทั้งหมด 1,300 หุ้น

(500 หุ้น ที่ต้นทุน 10 บาท และอีก 500 หุ้นที่ต้นทุน 5 บาท) จะได้เงินทั้งหมด 11,700 บาท จากที่จะขาดทุนกลายเป็นได้กำไร 1,700 บาท

 

                จะเห็นว่า วิธีนี้ทำให้เราสามารถซื้อหุ้นกลับมาได้จำนวนเพิ่มขึ้น ราคาต้นทุนเฉลี่ยลดลง และไม่ทำให้มูลค่าพอร์ตหายไป แต่หากเราซื้อกลับในจำนวนหุ้นเท่าเดิม

จะทำให้มูลค่าพอร์ตเราลดลงไปนั่นเอง  เหมือนไม่ยากใช่มั้ยครับ แต่บนสนามหุ้นจริงบอกเลยว่ายากครับ เพราะต้องอาศัยประสบการณ์และการฝึกฝนมาพอสมควร

ต้องมองให้ออกว่าหุ้นตัวนี้เป็นขาลงชั่วคราวที่สามารถดีดกลับขึ้นมาได้ และจำเป็นต้องมีความรู้ทางเทคนิคเข้ามาช่วย

ดังนั้น ต้องฝึกครับ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย แล้วปล่อยให้หุ้นค้างอยู่บนยอดดอย แล้วได้แต่ภาวนาว่ามันจะกลับมา ลุ้นประหนึ่งลุ้นหวย แบบนั้นก็ไม่ใช่แล้วมั้งครับ

ด้วยรัก ^^

บทความแนะนำ ล่าสุด

ดูบทความทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh