บทความแนะนำ

| 9 พฤษภาคม 2560

กลยุทธ์ลงทุนรับดอกเบี้ยซึม โดย สุภาวดี แถลงศรี efinanceThai TV

 แม้ตลาดหุ้นไทยจะมีปัจจัยในเชิงพื้นฐานที่แข็งแกร่ง แต่การที่ SET Index จะปรับขึ้นไปได้จำเป็นต้องอาศัยแรงหนุนจาก Fund Flow ที่มีความต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันฯ ซึ่งในภาวะปัจจุบันที่ยังไม่เห็นทิศทางของกระแสเงินไหลเข้าที่ชัดเจน โดยภาพรวมเชื่อว่า SET Index อยู่ในภาวะที่พร้อมขึ้นมากกว่าลง ที่ระดับปัจจุบัน

            ในขณะที่สัปดาห์ที่ผ่านมา  ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75 -1.00% ซึ่งเป็นไปตามคาด ซึ่งเฟดให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังอยู่ในทิศทางบวก โดยเฉพาะภาคการบริโภคและตลาดแรงงาน  อย่างไรก็ตาม ตลาดให้น้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยในรอบถัดไปในวันที่ 13-14 มิ.ย. 60  ขณะที่ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งภายในปีนี้ โดยเฉพาะ ในการประชุมครั้งหน้าวันที่ 13-14 มิ.ย.นี้

            ส่วนการปรับอัตราดอกเบี้ยของไทย ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบถัดไปในวันที่ 24 พ.ค. 60  ซึ่งคาดว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยที่ 1.5% ตามเดิม แม้เศรษฐกิจไทยในปีนี้มีสัญญาณการขยายตัวชัดเจนขึ้น โดยปัจจัยหนุนหลักในปีนี้ยังคงมาจากการลงทุนและใช้จ่ายภาครัฐ

            บล.เอเซียพลัส  ประเมินว่า เชื่อว่า กนง. จะยังไม่เร่งรีบขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ภาวะดังกล่าวช่วยหนุนให้ Market Earning Yield Gap (ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการย้ายการลงทุนจากสินทรัพย์ปลอดภัยมายังสินทรัพย์เสี่ยง) อยู่ในระดับที่ใกล้เคียง 5% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยกว่า 10 ปีย้อนหลังที 4.68%

            ทั้งนี้ จึงเห็นว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการสะสมหุ้นพื้นฐานดีสำหรับลงทุนในระยะกลาง - ยาว โดยกลยุทธ์การลงทุนยังเน้น Selective Buy ตาม theme ต่างๆ คือ 

1)      หุ้นที่มีสถานะเป็น Net Cash  อาทิ STEC , LANNA

2)      EPS Growth สูง และ upside สูง : LPH , PTT 

3)      หุ้น Turnaround : RS , JWD

4)      หุ้นที่มีระดับ P/E ต่ำ และเงินปันผลสูง  IRPC , THANI, QH

 

โดย สุภาวดี แถลงศรี efinanceThai TV

บทความแนะนำ ล่าสุด

ดูบทความทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh