บทความแนะนำ

| 5 พฤษภาคม 2560

สมรภูมิรบธุรกิจอาหารใครจะอยู่ใครจะไป (TFG GFPT CFRESH TU ASIAN CPF TC BR..)

ธุรกิจอาหารเป็นสินค้าจำเป็นที่คนเราต้องกินต้องใช้ ทำให้นักลงทุนหลายคนสนใจที่จะเข้ามาลงทุนกับหุ้นกลุ่มนี้ บทความนี้มาดูกันครับว่าหุ้นในกลุ่มนี้ผลประกอบการเป็นอย่างไรบ้าง ใครจะอยู่ใครจะไปมาดูกันครับ

 

1.โครงสร้างเงินทุน

เริ่มต้นสำรวจกันที่โครงสร้างเงินทุนของทั้งกลุ่มว่าเป็นอย่างไร จากภาพจะเห็นว่าโครงสร้างเงินทุนของหุ้นในภาพบนที่ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าเกษตร ทั้งกสิกรรมเช่น CM และ APURE เลี้ยงสัตว์ เช่น TFG GFPT CFRESH TU ASIAN CPF TC BRน้ำตาล เช่น KSL BRR  และน้ำมันพืช TVO LST CPI จะเห็นว่าโครงสร้างเงินทุนจะมีหนี้ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะบริษัทที่มีการลงทุนขยายกิจการเยอะๆ เช่นหุ้นในกลุ่มน้ำตาลที่มีการขยายการลงทุนในโรงไฟฟ้าอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

 

 

และเมื่อพิจารณาโครงสร้างเงินทุนของหุ้นที่ทำธุรกิจแปรรูปเป็นอาหารสำเร็จรูป เช่นบริษัทเครื่องดื่มอย่าง MALEE CBG OISHI TIPCO HTC ICHI SSC กลุ่มที่ทำอาหารและขนมแปรรูปเห็น TKN SFP PB PM SAUCE TF SORKON SSF PRG จะเห็นว่าโครงสร้างเงินทุนส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทที่มีหนี้สินค่อนข้างน้อย เมื่อเที่ยบกับกลุ่มแรก

 

 

2.การทำกำไร

บริษัทที่ดีต้องสามารถทำกำไรได้ เมื่อพิจารณาโครงสร้างของรายได้และกำไรจะเห็นว่าธุรกิจอาหารจะเป็นธุรกิจที่มีรายได้และกำไรไม่ค่อยสูงมาก จากภาพจะเห็นว่ากำไรของธุรกิจที่เป็นสินค้ากสิกรรมอย่าง CM และ APURE มีอัตรากำไรค่อนข้างสูง ส่วนกลุ่มอื่นๆ จะมีอัตรากำไรที่ลดหลั่นกันลงมา

 

 

สำหรับโครงสร้างกำไรของธุรกิจที่เป็นอาหารแปรรูป จะเห็นว่ามีอัตรากำไรที่สูงกว่ากลุ่มที่เป็นสินค้าเกษตรอย่างเดียว แต่การลงทุนต้องพิจารณาเป็นรายบริษัทไปเนื่องจากสินค้าของแต่ละบริษัทไม่เหมือนกัน

 

 

หัวใจของธุรกิจเกษตรอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรขั้นต้น ถ้ารอบของสินค้าเป็นขาขึ้นจะเห็นอัตรากำไรขั้นต้นเปลี่ยนแปลงสูงขึ้น จากภาพจะเห็นว่าอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจที่เป็นสินค้ากสิกรรมเช่น CM APURE มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นประมาณ 15% แต่หุ้นที่อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือ TFG GFPT CPF ที่ในปีที่ผ่านมาได้รับผลดีจากการที่ราคาไก่ในประเทศเพิ่มสูงขึ้น สำหรับหุ้นในกลุ่มน้ำตาลแม้ว่าราคาตลาดโลกจะเป็นขาขึ้นแต่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ก็ไม่ได้ขึ้นตามเท่าไรนัก แสดงว่ารอบของสินค้ายังไม่มา ส่วน TVO ได้รับผลดีจากการที่ราคาถั่วเหลือเพิ่มสูงขึ้นทำให้ราคากากถั่วเหลืองเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย

 

 

สำหรับธุรกิจที่เป็นอาหารแปรรูปจะเห็นว่าการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นจะไม่ค่อยเพิ่มรุนแรงเหมือนกับหุ้นในกลุ่มธุรกิจสินค้าเกษตร

 

 

เมื่ออัตรากำไรขั้นต้นเปลี่ยนแปลงจะส่งผลให้กำไรสุทธิเปลี่ยนแปลงไปด้วย จะเห็นว่าในปีที่ผ่านมาสินค้า กสิกรรมและปสุสัตว์มีกำไรเพิ่มสูงขึ้นเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น ส่วนธุรกิจน้ำตาลกำไรลดลงตามการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นเช่นเดียวกัน

 

 

ในส่วนของสินค้าเกษตรแปรรูป จะเห็นว่ามีการเติบโตที่สูง โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มส่วนใหญ่ MALEE CBG OISHI SAPPE HTC ในส่วนของ TIPCO กำไรลดลงเนื่องจากการลดลงของกำไรบริษัทร่วมจาก TASCO ส่วน ICHI กำไรลดลงเนื่องจากการออกสินค้าใหม่ และสภาพการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดชาเขียว ส่วน TKN กำไรโตจากการขยายตลาดไปยังประเทศจีน ส่วนธุรกิจที่เหลือเช่น PB PM SAUCE PR SORKON SSF PRG โตกันแบบเรื่อยๆมาเรียงๆ

 

 

3.วัดผลตอบแทน

เมื่อนำผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ROE เทียบกันจะเห็นว่ากลุ่มสินค้าพืชผักและเลี้ยงสัตว์จะมี ROE ที่ระดับประมาณ 10 แต่ TFG จะมี ROE กระโดดเข้ามาเนื่องจากปีนี้เป็นปีที่ดีของ TFG สวนกลุ่มน้ำตาล ROE ไม่สูงเท่าไรนักและกลุ่มน้ำมันพืชอย่าง TVO มี ROE ค่อนข้างสูง

 

 

สำหรับ ROE ของสินค้าเกษตรแปรรูปโดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มเป็นหุ้นที่ ROE ค่อนข้างสูง อยู่ในระดับ 20% ยกเว้น ICHI SSC ที่มี ROE ในระดับต่ำกว่าเพื่อน สำหรับหุ้นที่ ROE สูงที่สุดในกลุ่มเครื่องดื่มคือ MALEE ถ้าเทียบ ROA จะเห็นว่าไม่ต่างจากเพื่อนมากแต่เหตุที่ ROE สูงมาจากการที่มีโครงสร้างหนี้สินที่สูงกว่า ในส่วนของอาหารแปรรูปหุ้นที่ ROE สูงเด่นที่สุดคือ TKN มี ROE สูงถึง 38% เนืองจากสินค้าขายดีและใช้เงินลงทุนไม่สูงในการขยายกิจการ ส่วนสินค้าอื่นๆจะเห็นว่า ROE ก็ลดลงกันลงมา

 

 

สำหรับ ROA จะเห็นว่าเมื่อเปรียบเทียบกันหุ้นในกลุ่มกสิกรรมและปสุสัตว์จะมี ROA ที่สูงกว่า ส่วนหุ้นสัตว์น้ำและน้ำตาลมี ROA ที่ไม่สูงมาเนื่องจากปีนี้เป็นปีทีธุรกิจยังไม่ดี ดูได้จากการปรับตัวลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น ส่วนน้ำมันพืชจะเห็นว่า ROA ตีบ้างไม่ดีบ้างสลับกันไป

 

 

สำหรับหุ้นที่ทำธุรกิจเครื่องดื่ม จะเห็นว่า ROA จะค่อนข้างสูง ส่วนบริษัทที่ผลประกอบการไม่ค่อยสู้ดีนักก็จะมี ROA ลดหลั่นกันลงไป ส่วนบริษัทที่ ROA โดดเด่นคือ TKN ที่ ROA สูงจากการใช้สินทรัพย์ที่น้อยนำมาสร้างรายได้และกำไรได้สูง

 

 

จะเห็นว่าในการลงทุนหุ้นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร นักลงทุนจะต้องพิจารณาให้ถ้วนถี่เนื่องจากสินค้ามีหลายประเภท และรอบของสินค้าจะมาไม่เหมือนกัน บางปีตัวนี้ดีบางปีตัวนี้ไม่ดี หรือหาหารที่แปรรูปแล้วก็ต้องพิจารณาเป็นรายสินค้าไปว่าสามารถแข่งขันและเติบโตได้หรือไม่ โชคดีในการลงทุนครับ

 

โดย สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

บทความแนะนำ ล่าสุด

ดูบทความทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh