บทความแนะนำ

| 31 มีนาคม 2560

เจาะสมรภูมิค้าปลีก CPALL MAKRO BIGC HMPRO GLOBAL ROBINS CPN

เจาะสมรภูมิค้าปลีก CPALL MAKRO BIGC HMPRO GLOBAL ROBINS CPN

 

หุ้นกลุ่มค้าปลีกเป็นหุ้นยอดนิยมในตลาดกลุ่มหนึ่งเนื่องจากมองว่าขายสินค้าที่คนต้องกินต้องใช้ทำให้รายได้และกำไรค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่อย่างไรก็ตามธุรกิจนี้ก็ยังมีการแข่งขันที่สูง มาดูกันครับว่าผลประกอบการของแต่ละบริษัทเป็นอย่างไร ใครจะอยู่ใครจะไปในสมรภูมินี้ครับ

 

1.การทำกำไร

เริ่มต้นของแข่งการที่การเติบโต ถ้าทั้งกลุ่มยังสามารถเติบโตได้ก็จะมีแรงซื้อเข้ามาแต่ถ้ากำไรเติบชะลอตัวเมื่อไรก็ตัวใครตัวมันครับ

 

เมื่อเปรียบเทียบการเติบโตของกำไรแล้ว จะเห็นว่าโดยรวมหุ้นในกลุ่มนี้ยังมีการเติบโตที่ดี สำหรับ Global เป็นหุ้นที่มีการเติบโตของกำไรมากที่สุดถึงร้อยละ 69 เนื่องจากการขยายสาขาและการนำสินค้าที่เป็น House brand มาขายในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น สำหรับ TNP มีการเติบโตรองลงมาเนื่องจากเป็นหุ้น MAI มีจำนวนสาขาที่น้อยเมื่อระดมทุนมาขยายสาขาจึงทำให้กำไรเติบโตอย่างรวดเร็ว สำหรับ Robins กำไรเติบโตถึงร้อยละ 30 เนื่องจากการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการขายสินค้าเพียงอย่างเดียวมาเป็นเพิ่มในส่วนของพื้นที่ให้เช่าด้วย สำหรับ CPALL กำไรเติบโตร้อยละ 20 ในขณะที่ MAKRO ไม่เติบโตแสดงว่าจริงๆแล้วกำไรของ CPALL เติบโตมาจากตัว CPALL เองเป็นส่วนใหญ่

 

 

ได้กำไรแล้วมาดูกันว่าแต่ละบริษัทสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับสินทรัพย์อย่างไร จะเห็นว่าผลตอบแทนต่อสินทรพัย์ของหุ้นในกลุ่มนี้ค่อนข้างสูง อยู่ในระดับประมาณ 8-14 เท่า

 

 

จะเห็นว่า ROE ของ MAKRO สูงมากกว่า ROA เนื่องจากมีตัวทวีจากเจ้าหนี้การค้าสูง ส่วน CPALL ได้อานิสงค์จากการกู้ยืมมาซื้อ MAKRO ทำให้ ROE สูงกว่า แต่โดยรวม ROE ของทั้งกลุ่มอยู่ในระดับที่สูง แต่ที่อยู่ในระดับ ROE ต่ำกว่า 10 คือ TNP และ GLOBAL

 

2.โครงสร้างเงินทุน

 

หุ้นที่มีหนี้สินสูงๆจะมีความเสี่ยงค่อนข้างเยอะและจะเป็นตัวกดดันราคาหุ้นให้ไม่ค่อยไปไหนได้ สำหรับหุ้นกลุ่มค้าปลีกโดยส่วนใหญ่มักจะเป็นหุ้นกลุ่มที่มีระดับหนี้สินไม่ค่อยสูงนัก โดยส่วนใหญ่มีภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่าครึ่งเนื่องจากส่วนใหญ่มักจะหาเงินจากเจ้าหนี้การค้ามาหมุนก่อนได้ และเป็นธุรกิจที่กระแสเงินสดดี แต่บริษัทที่น่าสนใจคือ CPALL จะเห็นว่า CPALL เป็นหุ้นที่มีอัตราส่วนของหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดเนื่องจากมีการกู้ยืมเงินมาเพื่อซื้อกิจการหุ้น MAKRO นั่นเอง

 

 

3.เปรียบเทียบประสิทธิภาพการดำเนินงาน

 

บริษัทที่มีการจัดการภายในที่ดีจะทำให้ในระยะยาวสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และสร้างผลตอบแทนที่ดีกับผู้ถือหุ้นได้

 

 

บริษัทที่สินทรัพย์สามารถสร้างยอดขายได้สูงจะเป็นตัวบอกว่าใครมีความสามารถในการแข่งขันมากกว่ากัน บริษัทที่แข่งขันได้ดีสินทรัพย์เท่ากันควรทำรายได้ได้มากกว่า กลุ่มที่อัตราหมุนเวียนสินทรัพย์สูงสุดคือ TNP และ MAKRO ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่มาจากการค้าส่งที่สินค้าหมุนค่อนข้างไว รองลงมาจะเป็นกลุ่มที่ขายของกินของใช้เช่น CPALL และ BIGC สำหรับกลุ่มต่อมาจะเป็นกลุ่มที่ขายวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้างเช่น HMPRO และ GLOBAL จะเห็นว่า GLOBAL จะมีรอบหมุนเวียนสินทรัพย์ที่ต่ำกว่า HMPRO เนื่องจาก GLOBAL เน้นการสั่งสินค้ามาไว้ในสินค้าคงเหลือส่วน HMPRO สามารถผลักภาระการตุนสินค้าไปไว้ที่ Supplier ได้โดยเมื่อมียอดขายมาก็จะให้ Supplier ไปส่งของให้เอง ส่วน ROBINS และ CPN ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าจะเห็นว่า ROBINS จะมีการหมุนเวียนสินทรัพย์มากกว่าเนื่องจากมีการขายสินค้าด้วยส่วน CPN รายได้มาจากค่าเช่าอย่างเดียว

 

 

เมื่อเปรียบเทียบวงจรเงินสดของกลุ่มค้าปลีกจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะมีวงจรเงินสดเป็นลบเนื่องจากไปรับสินค้ามาขายแบบ เครดิต แต่ขายสินค้าแบบเงินสด ทำให้บริษัทสามารถเก็บเงินไว้กับตัวช่วงเวลาหนึ่งก่อนที่จะส่งเงินให้ Supplier แต่จะเห็นว่า GLOBAL มีวงจรเงินสดที่ยาวที่สุดในกลุ่มคือ 167 วัน เนื่องจากเป็นวัสดุก่อสร้าง ต้องมีการซื้อสินค้ามาตุนไว้ก่อน ส่วน TNP  ยังเป็นร้านค้าปลีกที่ยังมีอำนาจการต่อรองยังไม่สูงมากทำให้วงจรเงินสดยังเป็นบวกอยู่ประมาณ 26 วัน

 

 

ต่อมาเราจะวัดความสามารถในการสร้างเงินสดจากอัตราส่วนกระแสเงินสดดำเนินงานต่อค่าเสื่อมราคา ค่าเสื่อมราคาคือสินทรัพย์ที่ด้อยค่าลงตามอายุการใช้งานวันนี้ไม่ต้องจ่ายเงินแต่ระยาวต้องใส่เงินลงทุนเท่ากับค่าเสื่อมราคาเพื่อรักษาสภาพของสินทรัพย์อยู่ดี  บริษัทที่ดีควรมีค่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานต่อค่าเสื่อมราคามากกว่า 1 ขึ้นไป เพราะถ้าค่าต่ำกว่า 1 แสดงว่าเงินสดดำเนินงานที่สร้างได้นำไปซ่อมแซมสินทรัพย์ซะหมด

จะเห็นว่ากลุ่มของ CPALL และ MAKRO เป็นกลุ่มที่สามารถสร้างกระแสเงินสดสูงกว่าบริษัทในอุตสาหกรรมที่ประมาณ 4 เท่าในขณะที่บริษัทที่มีค่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ต่ำที่สุดคือ GLOBAL จะเห็นว่ามีกระแสเงินสดติดลบซึ่งเกิดจากมีกระแสเงินสดที่ยาวกว่าเพื่อนในอุตสาหกรรมเดียวกัน

โดยรวมแล้วประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีกไม่หนีกันมากนักถือว่าเป็นหุ้นกลุ่มหนึ่งที่พื้นฐานดีถ้าในระยะยาวโครงสร้างของอัตราส่วนทางการเงินยังไม่หนี้ไปจากนี้มากก็จะสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นที่ดีในระยะยาวครับ

 

โดย สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

 

บทความแนะนำ ล่าสุด

ดูบทความทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh